ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย551

ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

หน้า 5 จาก 6 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ประวัติศาสตร์หัตถกรรมไทยภาคกลาง

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Wed Oct 06, 2010 4:06 pm

ภาคกลางมีแหล่งโบราณคดีที่สำคัญเช่น แหล่งโบราณคดีบ้านพรหมทินใต้ แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว มีการขุดค้นพบงานหัตถรรมในสมัยดึกดำบรรพ์เช่น ถ้วยชาม ลูกปัด ภาคกลางเป็นราชธานีของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เนื่องจากเป็นราชธานีของไทยจึงมีการพัฒนาของงานหัตถกรรมแบบชาววังเกิดขึ้น ภาคกลางที่เป็นศูนย์กลางของประเทศแต่อดีตจึงมีชาวต่างชาติมากมายอพยพค้าขายกับภาคกลางของไทยมาที่สุดแห่งหนึ่ง จนงานหัตถกรรมจากต่างประเทศได้หลั่งไหลเข้ามาเช่น การทำถ้วยชามสังคโลก เครื่องปั้นเผาแบบชาวมอญ เครื่องลายคราม ภาคกลางมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำจึงมีการสานปลาตะเพียนเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณแม่น้ำลำคลองของกรุงศรีอยุธยา ในสมัยกรุงธนบุรีเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินกอบกู้เอกราชและตั้งกรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวงจึงมีชุมชนงานหัตถกรรมตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีจนถึงปัจจุบัน ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์จนถึง ปัจจุบันได้มีการส่งเสริมงานหัตถกรรมพื้นบ้านเพื่อไม่ให้หายไปตามกาลเวลา และมีการดัดแปลงหัตถกรรมพื้นบ้านใหม่ๆ เกิดขึ้น และมีการออกวางจำหน่ายเป็นรายได้สำคัญเข้าประเทศ ส่วนจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางก็มีหัตถกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนจังหวัดใดๆ เช่น


กรุงเทพมหานคร-ขันลงหินบ้านบุ
แหล่งทำขันลงหินในประเทศไทยนั้น มีอยู่แห่งเดียว อยู่ที่แขวงบ้านบุ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร บริเวณข้างวัดสุวรรณาราม ริมคลองบางกอกน้อย ปัจจุบันคือ ย่านหลังที่ว่าการเขตบางกอกน้อย การทำขันลงหินเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนอย่างหนึ่ง ปัจจุบันยังคงใช้แต่แรงงานของคนตลอดไม่มีการใช้เครื่องจักรแต่อย่างใด บ้านที่ทำขันลงหินซึ่งอยู่ใกล้กันในละแวกนั้นมีกว่าร้อยครอบครัว เล่ากันว่า ครอบครัวทำขันลงหินนี้ต้นตระกูลสืบมาจากอยุธยา เมื่อกรุงแตกก็อพยพกันเป็นหมู่มาอยู่ที่บางลำภูเป็นแหล่งแรก แล้วย้ายมายังบ้านบุจนปัจจุบัน นอกจากมีการทำขันแล้วยังมีการทำ มีด ส้อม ถาด เชิงเทียน จาน ชาม พาน ชุดกาแฟ ฯลฯ บ้านบุเป็นแหล่งทำขันลงหินที่ทำแห่งเดียวในประเทศไทย (หรือในโลกเลยก็ว่าได้) อยู่ที่ ชุมชนบ้านบุ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ใครหาว่ากรุงเทพมหานครไม่มีหัตถกรรมพื้นเมือง ในทางกลับกันกรุงเทพมหานครกลับมีหัตถกรรมพื้นบ้านที่ไม่พบที่จังหวัดอื่นๆ หรือสถานที่อื่นๆ เลย แต่น่าเสียดายคนกรุงเทพฯ บางคนไม่รู้จัก ไม่เห็นคุณค่า หรือมองว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงไม่สมควรมีหรือไม่มี หัตถกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์


กำแพงเพชร-ผ้าทอหนองเหมือด
บ้านหนองเหมือดตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 ตำบลแสนตอ มีขนาดพื้นที่ 6,614 ไร่ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอขาณุวรลักษบุรี ไปทางทิศตะวันตก ระยะทาง 6 กิโลเมตร ช่วงราวปี พศ. 2539-2541 ทางกลุ่มบ้านหนองเหมือดได้ขยายกิจกรรมของกลุ่มออกไป ประกอบด้วยกิจกรรมกลุ่มทอผ้า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มจักสาน กลุ่มผลิตปุ๋ยชีวภาพ แต่ละกลุ่มย่อยดังกล่าวมีการบริหารจัดการกลุ่มโดยมีคณะกรรมการบริหารโดยอิสระ ผ้าทอหนองเหมือดเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านของบ้านหนองเหมือดในกำแพงเพชร เป็นผ้าทอลายขัดทำจากเส้นด้ายประดิษฐ์ ซึ่งเป็นเส้นด้ายที่มาจากการสังเคราะห์ จึงมีสีสันสดใส เส้นด้ายชิดแน่นลายสีสม่ำเสมอ สามารถนำไปตัดเย็บเป็นชุดสวมใส่ได้ทั้งสุภาพสตรี และบุรุษ


ชัยนาท-หุ่นฟางนก
ที่จังหวัดชัยนาทมีสวนนกชัยนาทและทุกปีมีงานหุ่นฟางนกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งจัดขึ้นที่สวนนกชัยนาท จึงมีการทำหุ่นฟางนกขนาดเล็กขายเพื่อเป็นของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยว


นครนายก-ผลิตภัณฑ์จากไม่ไผ่
เนื่องจากที่ บ้านนางรอง ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาขีพทำไผ่ตง เมื่อตัดต้นไผ่ขายแล้ว แหลือแต่เหง้าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงได้นำมาทำผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ต่างๆ ที่ แข็งแรง ทนทาน ไม่มีเชื้อรา ไม่ใส่น้ำยาเปรอะเปื้อนตามรอยข้อต่อ สิ่งที่น่าสนใจคือ โคมไฟที่ทำมาจาก ตอกไม้ไผ่ เหง้าไม้ไผ่ กระบอกไม้ไผ่


นครสวรรค์-ผ้าฝ้ายตากฟ้า
ผ้าฝ้ายตากฟ้าเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 เป็นผ้าฝ้ายพันธุ์เส้นใยยาวที่สุด คุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย มีคุณสมบัติที่มีเส้นใยยาว เหนียวนุ่ม เงาวาว ดุจใยไหม ทำให้เส้นด้ายที่ปั่นออกมาเล็กมาก เรียกได้ว่าเป็นเส้นด้ายปั่นมือเล็กที่สุดในโลก


นครปฐม-หุ่นจำลอง
ที่จังหวัดนครปฐมมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง จึงมีการทำหุ่นจำลองขึ้นเพื่อขายเป็นหัตถกรรมที่ระลึก


นนทบุรี-เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด
เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นภูมิปัญญาของชาวมอญที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน เป็นเอกลักษณ์ที่ปรากฎอยู่ทั้งในคำขวัญ และตราสัญญลักษ์ของจังหวัดนนทบุรี โดยเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีลักษณะเด่น คือ มีเนื้อแดง ไม่มีการเคลือบ ขอบปากของภาชนะเครื่องปั้นดินเผาจะกลมกลึงราวกับกระบอกไม้ไผ่ผ่า มีการตกแต่งลวดลายที่งดงามจากการกดด้วยแม่พิมพ์ที่เรียกว่า "หนามทองหลาง" หรือแกะสลักด้วยมีดสลัก และไหล่ของภาชนะต้องผายออก และเป็นเส้นโค้งลาดลงมา เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีความงดงาม และมีชื่อเสียง คือ หม้อน้ำลายวิจิตร ซึ่งทำขึ้นเพื่อถวายพระสงฆ์ และเป็นของกำนัลให้แก่ผู้ใหญ่ เครื่องปั้นดินเผาของเกาะเกร็ดแต่เดิมนั้น สามารถ
จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ใช้สอยในชีวิตประจำวัน เช่น โอ่งน้ำดินเผา อ่าง ครก และกระถางต้นไม้ ซึ่ง เป็นภูมิปัญญาของช่างปั้นชาวจีนที่ย้ายมาอยู่เกาะเกร็ด อีกประเภทหนึ่งเป็นประเภทสวยงามเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษ ซึ่งมีหลายชนิด แต่มักเรียกรวมๆ ว่า "โอ่งสลัก" ส่วนในปัจจุบัน ช่างปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟดินเผาแกะสลัก นาฬิกาดินเผาแกะลาย โคมเทียน เป็นต้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดไว้อยู่


ปทุมธานี-เทียนบุราณ
เทียนบุราณเป็นเทียนเปลี่ยนรูปโฉมเทียนที่เห็นอยู่ในท้องตลาด มีรูปแบบแบบโบราณที่มีเรื่องราวสื่อถึงความเป็นไทยและชาติตะวันออกที่มีวัฒนธรรมยาวนาน และยังสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเน้นความละเอียดประณีตของลวดลายเหมือนกับการแกะสลัก เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับชิ้นงาน สำหรับเทียนบุราณนอกจากจะมีจุดเด่นในเรื่องความละเอียดของลวดลายแล้ว ยังเป็นเทียนอโรมาเทอราปีด้วยเพราะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกล้วยไม้ โดยลูกค้าที่อุดหนุนเทียนบุราณมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มักนิยมซื้อไปเป็นของฝาก ของขวัญ และของตกแต่งบ้าน ซึ่งขณะนี้มีกว่า 30 รูปแบบ โดยขนาดก็จะแตกต่างกันไปทั้งเล็กและใหญ่


พระนครศรีอยุธยา-มีดอรัญญิก
นับเวลาย้อนถอยไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน อาชีพตีมีดของชาวบ้านต้นโพธิ์ไผ่หนอง ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รู้จักกันในนามมีด “อรัญญิก” ไม่สามารถระบุได้ชัดว่าคนบ้านต้นโพธิ์ - ไผ่หนอง เริ่มตีมีดเพื่อการสงครามหรือว่าเพื่อการค้าขายกันแน่ มีประวัติพอสังเขปว่าชาวบ้านดั้งเดิมของบ้านต้นโพธิ์ - ไผ่หนอง นั้นเป็นคนเวียงจันทร์ที่อพยพมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 2 เนื่องจากในขณะนั้น เวียงจันทร์เกิดทุกข์เข็ญ ข้าวยากหมากแพง มีโจรผู้ร้ายชุกชุม “นายเทา” หรือ “ขุนนราบริรักษ์” (ได้รับแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ) จึงเป็นผู้นำครอบครัวย้ายถิ่นฐานมา โดยนำวิชาช่างสิบหมู่ คือ ช่างทอง ช่างตีมีด ติดตัวกันมาด้วย เพื่อที่จะนำมาประกอบอาชีพทำทองรูปพรรณ เช่น ทำสร้อยข้อมือ แหวน ฯลฯ ตามแต่จะมีคนว่าจ้างมา ซึ่งต่อมาเศรษฐกิจของคนทั่วไปไม่สู้ดีนัก การสั่งทำเครื่องทองรูปพรรณน้อยลง “นายเทา และครอบครัว” จึงหันมาตีมีดเป็นอาชีพหลักมากขึ้น เรื่อยมาถึงทุกวันนี้ (ต้นตระกูลของนายเทาคือสกุล กล่อมเกลี้ยง)


เพชรบูรณ์-มาลัยดินสอพอง
เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของอำเภอ วิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำจากดินสอพอง 100% ปั้นขึ้นรูปอย่างประณีตลงสีสันให้สวยงามเหมือนของจริง


พิจิตร-ผ้าทอด้วยมือบ้านป่าแดง
เป็นผ้าทอจากฝ้ายผสมไหมที่มีสีสันต่างๆ มากมาย ทั้งยังมีราคาถูกกว่าผ้าทอด้วยมือของจังหวัดอื่นมาก ด้วยคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้เองที่ทำให้ผ้าทอด้วยมือของบ้านป่าแดง อำเภอตะพานหิน เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนถึงประเทศในทวีปยุโรปบางประเทศ เช่น อิตาลีและฝรั่งเศส เป็นต้น ผ้าทอมือนี้สามารถหาซื้อได้จากบ้านป่าแดง


พิษณุโลก-ตู้ปลาทีวี
เกิดขึ้นครั้งแรกมื่อปี พ.ศ. 2545-2546 โดยการนำโทรทัศน์ที่เสียแล้วมารีไซเคิลเป็นตู้ปลา


ลพบุรี-เพชรเขาพระงาม
อัญมณีมีชื่อเสียงของ จังหวัดลพบุรี เพชรเขาพระงามเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า หินเขี้ยวหนุมาน หรือทางธรณีวิทยาเรียกว่า ควอร์ซ เป็นแร่กึ่งรัตนชาติที่มีผลึกแร่ใสบริสุทธิ์ หรือมีสีและลวดลายต่างๆ สามารถนำมาเจียระไน เพื่อทำเป็นเครื่องประดับได้เช่นเดียวกับรัตนชาติอื่นๆ และมีราคาถูก แหล่งผลิตอยู่ที่ บริเวณตำบลเขาพระงาม


สมุทรปราการ-ผลิตภัณฑ์ลงรักปิดทองบนกระดองปู
เป็นการนำกระดองปูมาล้างให้สะอาด ผึ้งให้แห้ง ใช้สารดับกลิ่น นำไปเคลือบเงา ใช้สีตกแต่งลาย ก่อนจะนำไปประกอบกับวัสดุอื่นๆ


สมุทรสงคราม-พังงาเรือประมง
ผลิตจำหน่ายให้แก่เรือประมงมาประมาณ 30 ปี แต่ได้มีการพัฒนารูปแบบตามสมัยนิยม สามารถนำมาตกแต่งบ้าน


สมุทรสาคร-ดอกกล้วยไม้ประดิษฐ์
ที่จังหวัดสมุทรสาครมีดอกไม้จำหน่ายมากมายโดยเฉพาะ ดอกกล้วยไม้พันธุ์แปลกๆ หลายพันธุ์จำหน่าย จึงมีการทำดอกกล้วยประดิษฐ์จากดินญี่ปุ่น ทำเป็นดอกกล้วยไม้พันธุ์แปลกๆ จากดินประดิษฐ์


สระบุรี-ผ้าฝ้ายทอพื้นเมืองศิลปะไทยวน
เป็นผ้าฝ้ายพื้นเมืองโดยใช้เอกลักษณ์ของศิลปะไทยวน นำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าต่างๆ เช่น ผ้าขาวม้า ผ้าถุง ผ้าซิ่น ผ้าตีนจก ย่าม ฯลฯ


สิงห์บุรี-เทียนหอม
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพาราฟินและไขผึ้ง เติมน้ำมันหอมระเหยเพื่อให้มีกลิ่นหอม แต่เอกลักษณ์เทียนหอมของสิงห์บุรี คือไม่มีฟองอากาศ ไส้เทียนจุดแล้วไม่มีควันดำและติดตลอดแท่ง


สุโขทัย-เครื่องถ้วยชามสังคโลก
เครื่องสังคโลกของสุโขทัย นั้น มีการทำตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและมีอันต้องหยุดไปเมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพตีไพร่พลกวาดต้อนผู้คนไปพิษณุโลก ในปัจจุบันเครื่องสังคโลกของสุโขทัยมีการขายเป็นของฝากของที่ระลึก โดยทำลวดลายแบบสมัยสุโขทัย เช่น ลายจักร ปลา ก้านขด สังข์ เป็นต้น


สุพรรณบุรี-ผ้าจกมัดหมี่
ผ้าจกมัดหมี่ผสมผสานลายจกของชุมชนลาวซีและลาวครั่ง มีวิธีการการทอผ้าแบบดั้งเดิมจากภูมิปัญญาบรรพบุรุษสืบทอดไว้ซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี


อ่างทอง-ตุ๊กตาชาววัง
ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เป็นเรือนไทยทรงสูง อยู่ด้านหลังวัดท่าสุทธาวาส ในพื้นที่ตำบลบ้านบางเสด็จ ตำบลนี้เดิมชื่อบ้านวัดตาลต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อบ้านบางเสด็จเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในปี พ.ศ.2518 ซึ่งสร้างความปลื้มปิติให้แก่ราษฎรเป็นอันมาก เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณจึงได้เปลี่ยนชื่อบ้านวัดตาลเป็น บ้านบางเสด็จ โครงการตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จเป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร ภายในหมู่บ้านบางเสด็จนี้ นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพอันร่มรื่นและสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วยังสามารถชมการปั้นตุ๊กตาชาววังจากบ้านเรือนราษฎรละแวกนั้นได้อย่างเป็นกันเอง มีการรวมกลุ่มในรูปของสหกรณ์โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ซึ่งจะจัดให้สมาชิกมาสาธิตการปั้นตุ๊กตาชาววังพร้อมกับจัดจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา ตุ๊กตาชาววังเป็นประดิษฐ์กรรมดินเหนียวที่สวยงามแสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีไทยต่าง ๆ เช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิดซึ่งล้วนมีความสวยงามน่ารักและเหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง


อุทัยธานี-ผ้าฝ้ายจกไหม
การทอผ้าฝ้ายเพื่อใช้สอยในครัวเรือน เป็นวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวลาวครั่ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ที่อพยพมาจากประเทศลาว เมื่อประมาณ 300 ปีก่อน ปัจจุบันชาวบ้านบึงยังคงรักษาประเพณีการทอผ้าแบบดั่งเดิม แต่ได้เพิ่มลวดลายและตกแต่งโดยใช้ไหม เรียกว่า “ผ้าฝ้ายจกไหม” ซึ่งมีเอกลักษณ์การทำลวดลาย จากจินตนาการ สิ่งแวดล้อมรอบตัว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ เช่น รูปดอกไม้ รูปสัตว์ รูปดวงดาวบนท้องฟ้า ใครได้สวมใส่หรือมีไว้ในครอบครองจัดเป็นผู้มีความร่มเย็น สงบสุข ตามลวดลายที่เลือก


http://203.155.220.217/bangkoknoi/travel/barnbu.htm
http://gotoknow.org
http://school.obec.go.th
travel.thaiza.com
www.mathai.com
www.thaitambon.com
www.amphoe.com
www.bangkokbang.com
www.google.co.th
www.holidaythai.com
www.oceansmile.com
www.sanook.com
www.siaminfobiz.com
www.tourthai.com
www.oceansmile.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ประวัติศาสตร์หัตถกรรมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Oct 08, 2010 10:43 pm

หัตถกรรมไทยภาคอีสานสามารถย้อนกลับไปได้กว่า 5,00 ปี โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี มีการค้นพบหม้อดินลายบ้านเชียงนับว่าเป็นงานหัตถกรรมลายไทยที่เก่าแก่ที่สุดของไทย ในปัจจุบันอิทธิพลของการท่องเที่ยวและเทศกาลประเพณีจึงทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นทำหัตถกรรมที่สอดคล้องกับการท่องเที่ยว และเทศกาลประเพณีในท้องที่นั้นๆ เช่น เทียนพรรษาจำลอง หน้ากากผีตาโขนจำลอง โคมดาวท่าแร่ ปราสาทจำลอง เป็นต้น งานหัตถกรรมส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นงานหัตถกรรมที่ระลึกนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าไหมมัดหมี่ต่างๆ เนื่องจากในปลายปี พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนราษฎร สมเด็จพระนางเจ้าฯทรงทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านที่มารับเสด็จใส่ผ้าไหมที่สวยงาม จึงมีการสนับสนุนงานหัตถกรรมผ้ามัดหมี่ไหมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้น


กาฬสินธุ์-แพรวา
ผ้าแพรวาเป็นผ้าทอมืออันเป็นเอกลักษณ์ของชาวผู้ไทในจังหวัดกาฬสินธุ์ มีลักษณะเช่นเดียวกับผ้าสไบ ที่ใช้กันในหมู่ชาวไทยทั่วไป แต่มีสีสัน ลวดลาย ที่หลากหลายมากมาย และนิยมทอด้วยไหมทั้งผืน นับเป็นผ้าไทยอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้นับความนิยมสูงในหมู่ผู้นิยมผ้าไทยทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ


ขอนแก่น-ผ้าไหมมัดหมี่
ผ้าไหมมัดหมี่เป็นผ้าทอขึ้นชื่อของจังหวัดขอนแก่น ผ้ามัดหมี่หมายถึง ผ้าลวดลายที่ได้จากการทอโดยใช้เส้นด้ายที่ใช้เทคนิคการย้อมเส้นด้าย มีกรรมวิธีการทอที่ทำให้ให้เกิดลวดลายโดยการย้อมเส้นฝ้ายให้ด่าง โดยการผูกมัดให้เกิดช่องว่าง การทอผ้ามัดหมี่แต่ละผืนต้องใช้เวลาและความประณีต โดยจัดเรียงเส้นไหมและฝ้ายให้สม่ำเสมอ คงที่ กรรมวิธีต้องเรียงลำดับก่อนหลังให้ถูกต้อง เพื่อทำให้เกิดลวดลายสวยงามตามต้องการ นอกจากนี้ที่จังหวัดขอนแก่นยังมีการนำผ้าไหมมาประยุกตร์เป็นดอกไม้ปะดิษฐ์จากผ้าไหมอีกด้วย


ชัยภูมิ-ผ้าขิดขอลายดาว
ผ้าขิดเป็นผ้าทอที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยโบราณหลายร้อยปี ควบคู่กับชุมชนบ้านโนนเสลา โดยการทอเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในสมัยก่อนถือเป็นประเพณีดั้งเดิมว่าหญิงสาวคนใดที่จะแต่งงาน จะต้องทอผ้าขิดให้เป็นก่อนจึงจะมีสิทธิแต่งงาน เพื่อให้หญิงสาวนำผ้าที่ได้จากการทอไปใช้เป็นเครื่องไหว้ (เครื่องสมมา) ญาติของฝ่ายชาย โดยนำผ้าขิดที่ได้จากการทอมาแปรรูปเป็นหมอน ที่นอน ในปัจจุบันได้พัฒนามาเพื่อใช้สำหรับตัดชุดสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ และมีการพัฒนาให้มีลวดลายให้แตกต่างจากเดิม เพื่อสร้างความแปลกตาและความหลากหลาย


นครพนม-ภาพโชว์เทียนลายจิตรกรรม
งานภาพโชว์เทียนลายจิตรกรรม ทำจากผ้าไหม


นครราชสีมา-ผ้าลายช่อทิพย์ยกดอก
ผ้าลายช่อทิพย์ยกดอกหรือผ้ายวนยกดอก เป็นผ้าที่พัฒนาและประยุกต์มาจากผ้ายวน ที่มีมานานกว่า 200 ปี ซึ่งมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนผ้าที่อื่น คือ ใช้เส้นด้ายมับไมทำเป็นลายผ้าสลับกับเส้นด้ายสีพื้นซึ่งมีความกว้างของใน ระยะเท่าๆกัน และเชิงผ้าทั้งสองด้านของผ้ายวนจะต้องมีลายผ้าแถบสีแดง สีน้ำเงิน ทั้งสองด้าน ผ้ายวนได้รับการสืบทอดภูมิปัญญาด้านการทอผ้ามาจากบรรพบุรุษชาวโยนกนครที่มี ความรู้ด้านการทอผ้าของชาวชาวไท - ยวน ประธานกลุ่มทอผ้าเห็นว่าเส้นด้ายมับไมที่ใช้ทำลายผ้ายวนน่าจะนำมาทำเป็นลาย ผ้าใหม่ๆ ได้จึงนำมาประยุกต์โดยการทอสลับกับเส้นด้ายสีพื้นเป็นลายช่องเล็กๆ และให้สีลายผ้าเป็นสีเดียวกับสีริมผ้า


บุรีรัมย์-สไบบารู
เป็นสไบทอมือพื้นเมืองของจังหวัดบุรีรัมย์ (ต้องตามดูรูปที่ลิงค์เพราะไม่มีรูปแทรก)


มหาสารคาม-จิตรกรรมเบญจรงค์บนกระเบื้อง
เป็นเครื่องปั้นดินเผาที่เคลือบผิว ภายหลังจากการเผาจะมีสีขาว เนื้อละเอียดจากนั้นเขียนลายโดยวิธีสีเคลือบ 5 สี ได้แก่ แดง เหลือง ขาว ดำ เขียวหรือน้ำเงิน โดยทำเป็นภาพวาดต่างๆ เช่น รามเกียรติ์ นางในวรรณคดี การละเล่นของเด็กไทย วัดไทย งานประเพณีต่างๆ เป็นต้น


มุกดาหาร-ผ้าทอพื้นบ้านมุกดาหาร
ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นบ้าน เป็นผ้าทอพื้นบ้านลายสก๊อต ลายน้ำไหล ลายสายฝน ชายผ้าทั้งสองด้านมีการมัดหมี่ เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง ม้า ไดโนเสาร์ หรือดอกไม้ ชายมีระบายทั้งสองด้าน เนื้อผ้าดี สวยงาม


ยโสธร-หมอนขวานผ้าขิด
ผลิตกันมากที่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว เป็นหัตถกรรมของอีสานที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าด้านประโยชน์ใช้สอย ได้รับความนิยมทั่วไป เป็นของใช้ของฝากที่มีชื่อของยโสธร ทำจากผ้าทอลายขิด ซึ่งเป็นผ้าทอพื้นเมืองของภาคอีสาน มีลวดลาย รูปแบบหลากหลาย และสีสันสดใสสวยงาม


ร้อยเอ็ด-ผ้ามัดหมี่สาเกตนคร
สาเกตนครคือชื่อเดิมของจังหวัดร้อยเอ็ด สีผ้า คือ สีดอกอินทนิลบก ซึ่งมีสีม่วงหรือสีชมพู เป็นสีของดอกไม้ประจำจังหวัด จุดเด่นคือมีลายอยู่ 5 ลาย ลายค้ำเภา หมายถึง 1. ค้ำหรือพยุงไว้ 2. ลายคองเอี้ย หมายถึง เอี้ย หรือ เอื้อ ก้อคือ เอื้ออำนวยแก่กัน 3. ลายนาค หมายถึง น้ำ และความอุดมสมบุรณ์
4. ลายโคม หมายถึง แสงสว่าง 5. ลายหมากจับ หมายถึง ติดตราตรึงใจ (เหมือนเวลาผ้าโดนหญ้าหมากจับ มาติดแล้วดึงออกยาก)


เลย-หน้ากากผีตาโขน
ประเพณีผีตาโขนของจังหวัดเลย เป็นประเพณีเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดเลยเป็นจำนวนมาก จึงมีการทำหน้ากากผีตาโขนขนาดเล็ก เพื่อเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่ระลึกของจังหวัดเลย


สกลนคร-โคมดาวท่าแร่
ท่าแร่คือชุมนชนคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ท่าแร่มีการประดับโคมดาวในช่วงเทศกาลคริสต์มาส โคมดาวเป็นงานหัตถกรรมที่มาจากเวียดนาม


สุรินทร์-ผ้าไหมลายอันลูยซีม
ผ้าไหมลายอันลูยซีม หรือเรียกว่า "จะปะชวร" จังหวัดสุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวไทย เขมร เป็นอย่างมาก ศิลปะการทำผ้าจึงมีอิทธิพลทางเขมร ซึ่งสมัยก่อนเขมรจะรบกันบ่อย ชาวเขมรที่ชายแดน จะหนีมาประเทศไทย ตั้งครอบครัวที่สุรินทร์ และนำการทอผ้าเพื่อใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม ผ้าอันลุยซีมจะย้อม 4 สี นำมาทอเป็นเกลียวตั้งชื่อว่า อันลูนซีม (แปลว่า คลานมาประเทศไทย)


ศรีษะเกษ-ปราสาทจำลอง
ที่จังหวัดศรีษะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีปราสาทหินแบบขอมมากมาย ดังนั้นจึงมีการนำไม้มาทำเป็นปราสาทจำลองเพื่อเป็นงานหัตถกรรมที่ระลึก


หนองคาย-ผ้าทอมัดหมี่บ้านดงสาร
เป็นหัตถกรรมผ้ามัดหมี่พื้นบ้านของบ้านดงสารจังหวัดหนองคาย


หนองบัวลำภู-เข็มขัดแมลงทับคาดเพชร
แมลงทับเป็นแมลงที่ชอบอยู่ตามต้นลำพู ที่จังหวัดหนองบัวลำภูมีการนำแมลงทับมาเป็นเครื่องประดับ เนื่องจากมีปีกที่สวยงาม


อำนาจเจริญ-เสื่อกกมัดหมี่
เป็นผลิตภัณฑ์จากเส้นกก นำมาถักขึ้นเป็นมัดหมี่ลายดอกแก้ว ย้อมสีน้ำตาลลายคุมห้า ให้ความสวยงามแปลกตา


อุดรธานี-หม้อลายบ้านเชียง
เป็นหม้อทำลอกลายเลียนแบบจากหม้อของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งเป็นหม้อลายบ้านเชียงเป็นหม้อลายที่เก่าแก่ที่สุดของไทย



อุบลราชธานี-เทียนพรรษาจำลองแบบทุ่งศรีเมือง
ที่จังหวัดอุบลราชธานีงานแห่เทียนพรรษาถือว่าเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัด จึงมีการทำเทียนพรรษาจำลองเพื่อเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่ระลึกของจังหวัดอุบลราชธานี

จาก
หนังสือ เที่ยวไป ช้อปไป ช้อปของดี 76 จังหวัดกับ มผช.
otop5star.com
th.wikipedia.org
vietnameseartwork.com
www.belovedqueen.com
www.bloggang.com
www.google.co.th
www.isan.clubs.chula.ac.th
www.lib.ru.ac.th
www.moohin.com
www.newmana.com
www.oknation.com
www.thaitambon.com
www.tourthai.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ประวัติศาสตร์หัตถกรรมไทยภาคตะวันออก

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Oct 08, 2010 11:39 pm

งานหัตถกรรมไทยที่เก่าของภาคตะวันออกของไทย พบที่แหล่งโบราณคดีเมืองศรีมโหสถ ซึ่งเป็นเมืองโบราณราว พ.ศ. 300 ตั้งอยู่ที่ เขตตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี มีการค้นพบเทวรูปของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่ภาคตะวันออกมีชาวเวียดนามอพยพเข้ามาอาศัยและตั้งชุมชนอยู่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จึงมีงานหัตถกรรม ที่มีอิทธิพลมาจากเวียดนามเช่น เสื่อจันทบูรณ์ งอบน้ำเชี่ยว นอกจากนี้ที่ภาคตะวันออกมีอัญมณีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไข่มุก มรกต ทับทิม ไพลิน ฯลฯ จึงมีงานหัตถกรรมจากอัณมณีร้อยเป็นสร้อยคอ ทำแหวน ต่างหู ต่างๆ


จันทบุรี-เสื่อจันทบูรณ์
ยุคแรกชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่แถบวัดคาทอลิกมาพบต้นกกที่ขึ้นในบริเวณหมู่บ้านบางสระเก้า จึงขอตัดเพื่อเอาไปทอเสื่อด้วยมือโดยใช้กี่กระตุก เมื่อทอสำเร็จเป็นผืนเสื่อก็นำกลับมาฝากให้เจ้าของแปลงต้นกกต่อมาก็เปลี่ยนมาเป็นการทอเพื่อขาย ขณะเดียวกันชาวบ้านบางสระเก้าก็เริ่มเรียนรู้วิธีทอเสื่อจากเวียดนาม แล้วถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ช่วง 30 ปีก่อนนับเป็นยุครุ่งเรืองที่สุด ชาวบางสระเก้าจะนำเสื่อที่ทอได้ นั่งเรือจากคลองบางสระเก้าเข้าแม่น้ำจันทบุรี แล้วไปขึ้นที่ท่าเรือตลาดท่าหลวงเพื่อขาย เล่ากันว่ายังไม่ทันขนเสื่อขึ้นจากเรือ ก็มีพ่อค้าแม่ค้ามาแย่งกันซื้อเสื่อจนหมด


ฉะเชิงเทรา-ทองเหลืองสาน
เป็นงานหัตถกรรมที่ได้จากการนำเส้นทองเหลืองมาสานเป็นลวดลายของใช้ต่างๆ เช่น แจกัน กล่อง ตะกร้า โคมไฟ ของชำร่วยต่างๆ


ชลบุรี-ครกอ่างศิลา
ลักษณะภูมิประเทศตำบลอ่างศิลา ประกอบด้วยหินอัด เป็นประเภทหินแกรนิต และหินทราย หินแกรนิตที่พบแทรกตัวขึ้นมาสลับระหว่างหินชัน ซึ่งพบมากตามแหล่งที่เป็นขาติดกับฝั่งทะเล และจากการที่มีหินแกรนิตซึ่งมีสีขาวนวล สีเหลืองอ่อน และมีความแข็งแกร่งจำนวนมาก ที่ตำบลอ่างศิลาทำให้เกิดอาชีพการทำครกหิน และกลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านชาวอ่างศิลา สภาพหมู่บ้านตำบลอ่างศิลา เดิมเรียกว่า "อ่างหิน" เนื่องจากมีอ่างหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้าน อาชีพที่สำคัญของชาวตำบลอ่างศิลา นอกจากการทำประมงทางทะเล ทอผ้าแล้ว อาชีพที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ อาชีพแกะสลักหิน เมื่อกล่างถึง "อ่างศิลา" สิ่งแรกที่คนทั่วไปจะนึกถึง คือ ครกหิน เพราะครกหินเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าพื้นเมืองที่นำเชื่อเสียงมาให้แก่ชาวตำบลอ่างศิลา ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากครกหินอ่างศิลามีจุดเด่นอยู่ที่หินมีความแข็งแกร่ง ตำแล้วไม่เป็นทราย และมีสีขาวนวล หรือเหลืองอ่อน นอกจากการทำครกหินแล้ว ชาวตำบลอ่างศิลายังนำหินมาแกะสลักเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปเจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูป ซึ่งมีความสวยงามมาก


ตราด-งอบน้ำเชี่ยว
ผลิตที่บ้านน้ำเชี่ยว ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด เป็นงอบที่พัฒนามาจากหมวกน็อนลาของเวียดนาม เป็นงอบรูปทรงดั้งเดิมมีลักษณะด้านหน้าเป็นรูปรีแหลม คล้ายสามเหลี่ยม มีปีกยื่นยาวไปด้านหลัง เป็นงอบทรงโบราณที่เหมาะแก่การสวมใส่ น้ำฝนไหลสะดวก ไม่เปียกหลัง ไม่ต้านลม หาดูได้ยากแล้วในปัจจุบัน ส่วนอีกแบบหนนึ่งใช้ใบจากเย็บ คนตราดเรียก “หมวกใบจาก” แต่นักท่องเที่ยวเรียกว่า “งอบน้ำเชี่ยว” ตามชื่อของแหล่งผลิต หมวดใบจากนี้มีหลายรูปทรง ใช้ตามวาระและการทำงาน เช่น “ทรงกระทะคว่ำ” ชาวประมงนิยมใส่ออกทะเลหาปลา ใช้กันแดดฝน พลิกหมวกหงายเป็นภาชนะใส่ของได้และสามารถลอยน้ำได้ “ทรงกระดองเต่า” เหมาะกับเกษตรกร ชาวนา เนื่องจากส่วนเว้าของหมวกทางด้านหน้าทำให้ผู้สวมมองได้สะดวก และส่วนเว้าด้านหลังทำให้ไม่เกะกะเวลาดำนา “ทรงยอดแหลม” เหมาะกับชาวสวน มีความกว้างพอประมาณ สะดวกในการเคลื่อนไหว ไม่ถูกกิ่งไม้เกี่ยวรั้ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรูปทรงสมเด็จ รูปทรงกะโหลกอีกด้วย


ปราจีนบุรี-รองเท้าเสื่อกก
เป็นหัตถกรรมที่ทำจากต้นกกที่ได้มาตรฐาน เพราะคัดจากต้นกกอย่างดี ไม่มีรอยด่าง เหนียว ไม่ขาดง่าย ไม่เป็นเชื้อรา


ระยอง-รองเท้ากระจูด
กระจูดเป็นกกชนิดหนึ่งพบตามป่าพรุ ที่จังหวัดระยองมีการนำกระจูดมาทำเป็นรองเท้า


สระแก้ว-จักสานไม้ไผ่หุ้มเซรามิค
งานหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่หุ้มเซรามิคนั้นพบได้ที่จังหวัดชลบุรีและสระแห้ว แต่ที่จังหวัดสระแก้วจะมีชื่อเสียงมากกว่า

จาก
หนังสือ เที่ยวไป ช้อปไป ช้อปของดี 76 จังหวัดกับ มผช.
หนังสือหัตถกรรมไทย
chanthaburi.kapook.com
muangthai.com
th.wikipedia.prg
www.mapculture.org
www.thaitambon.com
www.oknation.net

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ประวัติศาสตร์หัตถกรรมไทยภาคตะวันตก

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat Oct 09, 2010 2:36 pm

งานหัตถกรรมของภาคตะวันตก มีการค้นพบที่ถ้ำแห่งหนึ่งในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่เป็นลายขัดสองเส้นประมาณว่ามีอายุราว 4,000 ปี มาแล้วนอกจากนี้ก็ยังพบภาชนะดินเผาที่มีร่องรอยของเครื่องจักสาน ภาคะตะวันตกนิยมนำวัสดุในท้องถิ่นนำมาทำเป็นหัตถกรรม


กาญจนบุรี-เครื่องประดับจากมณีเมืองกาญจน์
ที่จังหวัดกาญจนบุรีอำเภอบ่อพลอย เป็นแหล่งที่ขุดพบอัญมณี มากมาย เช่น นิล ไพลิน ทับทิม พลอยตาเสือ อะความารีน เทอร์ควอยซ์ พลอยดอกตะแบก บุษราคัม หินสีอื่นๆ ฯลฯ นอกจากใช้เป็นเครื่องประดับที่สวยงามแล้วยังสามารถใช้เป็นหินบำบัดรักษาโรคและนำโชคได้อีกด้วย


ตาก-ผ้าลายลูกหวาย
ผ้าลายลูกหวาย เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมีลักษณะเนื้อนุ่ม ใส่สบาย และย้อมด้วยสีธรรมชาติ แต่เดิมเป็นผ้าพื้นเมืองที่ชาวบ้านนิยมทอใช้กันเองในครัวเรือน ต่อมาได้รับการเลือกคัดเลือกให้เป็นผ้าพื้นเมืองประจำจังหวัดตาก และได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานราชการ โดยให้ข้าราชการสวมใส่ผ้าลายลูกหวายนี้ทุกวันอังคาร


ประจวบคิรีขันธ์-กล่องหอมสมุนไพรจากสับปะรด
กล่องทำจากกระดาษสับปะรด ซึ่งผ่านการต้มเยื่อแล้วขึ้นแผ่นกระดาษบนตะแกรง ตากให้แห้ง ในกระดาษจะมีลวดลายในตัวเอง ภายในกล่องมีสมุนไพรหอม นำไปไว้ในห้องได้กลิ่นหอมสดชื่น และลดกลิ่นอับได้เป็นอย่างดี


เพชรบุรี-ผลิตภัณฑ์จากไม้ตาล
เพชรบุรี เป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยต้นตาล จึงมีการนำไม้ตาลมาแปรรูปเป็นงานหัตถกรรม หัตถกรรมไม้ตาลของเพชรบุรีทำจากไม้ตาลที่เก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 80 ปี ขึ้นไปนำมาตัดเป็นท่อนๆ


ราชบุรี-โอ่งมังกร
จากคำบอกเล่าของลูกหลาน ทายาทเจ้าของโรงโอ่ง ตั้งแต่ พ.ศ.2476 นายซ่งฮง แซ่เตีย และนายจือเหม็ง แซ่อึ้ง สองสหายที่เคยทำเครื่องปั้นดินเผาที่เมืองป้งโคย ประเทศจีน อพยพมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ได้มาพบแหล่งดิน ที่จ.ราชบุรี และเห็นว่าเป็นดินที่ใช้ในการปั้นโอ่งได้ จึงเป็นที่มาของโรงโอ่ง"เถ้าแซไถ่" และโรงโอ่ง"เถ้าฮงไถ่"ผลิตโอ่งลายมังกรในเวลาต่อมา

จาก
หนังสือ เที่ยวไป ช้อปไป ช้อปของดี 76 จังหวัดกับ มผช.
หนังสือหัตถกรรมไทย
th.wikipedia.prg
www.bloggang.com
www.oknationa.com
student.nu.ac.th
www.thaitambon.com
www.thongteaw.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Sat Oct 09, 2010 8:56 pm

ว้าว ตู้ปลาทีวีสวยอะ >w<

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

ประวัติศาสตร์หัตถกรรมไทยภาคเหนือ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sun Oct 10, 2010 11:14 pm

ภาคเหนือ
งานหัตถกรรมภาคเหนือนั้นมีหลักฐานมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เพราะพบแหล่งโบราณคดีหลายแห่งทางภาคเหนือ ในอดีตภาคเหนือมีชื่อเสียงในเรื่องหัตถกรรมล้านนามาช้านานจนถึงปัจจุบัน และยังมีงานหัตถกรรมของชาวเขาเผ่าต่างๆ และผ้าทอของเผ่าต่างๆ อีกด้วย


เชียงราย-เครื่องเคลือบเวียงกาหลง
เป็นเครื่องปั้นดินเผาสำคัญแห่งหนึ่งของอาณาจักรล้านนา เวียงกาหลง เป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อันเป็นสถานที่ที่นักโบราณคดีค้นพบแหล่งเตาเผาโบราณทั้งเตาดินขนาดเล็กและเตาก่ออิฐขนาดใหญ่ปะปนกันแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรื่องของการผลิตเครื่องปั้นดินเผาในพุทธศตวรรษที่ 20 ที่ไม่น้อยหน้าเมืองสุโขทัยและเมืองศรีสัชนาลัย ในบรรดาแหล่งผลิตที่สำคัญในภาคเหนืออันได้แก่ เตาสันกำแพง เตาเวียงกาหลง เตาอำเภอวังเหนือ และเตาเมืองพานนั้น ฝีมือช่างและระดับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเตาเวียงกาหลงนับว่าเหนือกว่าเตาในบรรดาแหล่งอื่น ๆ ด้วยลักษณะที่โดดเด่นในเรื่องรูปร่างภาชนะ ฝีมือเขียนลายที่ประณีต งดงาม และสามารถเคลือบน้ำยาได้บางสม่ำเสมอและทั่วถึงตั้งแต่ส่วนปากไปจนถึงส่วนก้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นฝีมือที่ทัดเทียมกับเครื่องเคลือบน้ำขาวของจีนในสมัยราชวางศ์ซ้อง นอกจากนั้นเวียงกาหลงเป็นแหล่งดินคุณภาพดีสีขาวถึงขาวอมเหลืองมีความเหนียวและยืดหยุ่นเหมาะสำหรับนำมาผลิตเครื่องปั้นดินเผาเคลือบคุณภาพดี



เชียงใหม่-ร่มบ่อสร้าง
มีตำนานเล่าขานกันมานานนับร้อยปีว่า มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งชื่อพระ อินถา แห่งสำนักวัดบ่อสร้าง ได้เดินทางท่องธุดงด์ไปสถานที่ต่างๆจนกระทั่งถึงแถบชายแดนไทย – พม่า มีชาวพม่าใจบุญนำร่มมาถวายเพื่อใช้ป้องกันแดดฝน เมื่อพระอินถาได้เห็นร่มแปลกตาจึงไต่ถามว่า ได้มาจากแห่งหนใดจึงได้ขอติดตามไปเพื่อให้ได้เห็นที่มาของร่ม ท่านได้ศึกษาวิชาการทำร่มอย่างจริงจัง และจดจำได้แม่นยำ พร้อมนำกลับมาทำที่บ่อสร้าง จนเกิดเป็นโรงเรียนฝึกสอนวิชาทำร่มให้กับชาวบ้าน และกลายเป็นอาชีพของคนบ่อสร้างมาจนถึงปัจจุบัน ร่มบ่อสร้างเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดเชียงใหม่มาช้านานหลายชั่วอายุคนแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะต้องแบ่งเวลาแวะเวียนไปที่อำเภอสันกำแพง เพื่อชมและเลือกซื้อร่มบ่อสร้างที่“บ้านบ่อสร้าง”เป็นที่ระลึกติดมือกลับมา ชาวบ่อสร้างทั้งตำบลรวมไปถึงอีก 8 หมู่บ้านในตำบลใกล้เคียงของพื้นที่อำเภอสันกำแพง และอำเภอดอยสะเก็ดในจังหวัดเชียงใหม่ล้วนแต่เป็นแหล่งผลิตร่มด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่างานทำมือของชาวบ้านได้กลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยครัวเรือนในหลายๆหมู่บ้าน การผลิตชิ้นส่วนร่มเป็นหน้าที่ของแรงงานที่เป็นชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านตั้งแต่รุ่นพ่อเฒ่าแม่เฒ่าลงมาจนถึงคนหนุ่มสาวนับพันๆคน ดังนั้นบ่อสร้างจึงเป็นเพียงหมู่บ้านประกอบร่มโดยมีชิ้นส่วนต่างๆของร่มเดินทางมาจากต่างหมู่บ้าน ซึ่งส่วนประต่างๆของร่มที่เกิดจากแรงงานใต้ถุนบ้านและกระจายกันอยู่ทั่วไปก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่เป็นจุดสุดท้าย การทำร่มบ่อสร้างมีมานับร้อยปี ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงมีความถนัดในการทำร่มแตกต่างกันไปตามชิ้นส่วนที่ได้รับมอบหมายในการผลิต เช่น หมู่บ้านสันพระเจ้างาม ผลิตหัวร่มและตุ้มร่ม บ้านออนทำโครงร่ม บ้านหนองโค้งหุ้มร่ม และลงสี บ้านแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ดผลิตด้ามร่ม บ้านต้นเปาผลิตกระดาษสา แต่การประกอบชิ้นส่วนของร่มทั้งหมดจะมารวมกันอยู่ที่บ่สร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบายลวดลาย และสีสันบนผืนร่มที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อันเลื่องชื่อของร่มบ่อสร้าง มีกลเม็ดเคล็ดลับในการทำร่มอยู่ที่การใช้แป้งเปียกผสมน้ำมะโก้ติดผ้า หรือกระดาษเข้ากับร่มทำให้ติดทนนานไม่หลุดร่อนก่อนเวลาอันควร และเวลาลงสีน้ำมันที่ต้องผสมกับน้ำมันมะมื้อหรือน้ำมันตังอิ๊วที่ทำให้ร่มทนแดด ทนฝน และใช้งานได้จริงไม่ว่าหน้าฝนหรือหน้าร้อน เพราะฉะนั้นนอกจากร่มบ่อสร้างจะเป็นของที่ระลึกสวยงามแล้วยังสามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้เป็นอย่างดี ร่มบ่อสร้าง เป็นสินค้าพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สาเหตุที่เรียกว่าร่มบ่อสร้างเพราะร่มนี้ผลิตกันที่บ้านบ่อสร้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่


น่าน-กระดาษจากหยวกกล้วย
ที่จังหวัดน่านมีการนำหยวกกล้วยมาทำเป็นกระดาษเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านของจังหวัดน่านอย่างหนึ่ง


พะเยา-ผ้าใยกัญชา
เป็นหัตถกรรมการทอผ้าพื้นบ้านที่นำใยกัญชามาทำเป็นผ้า


แพร่-งานปั้นจากขี้เลื่อย
เป็นการนำขี้เลื่อยหรือฝุ่นไม้มาทำงานหัตถกรรมเป็นรูปปั้นต่างๆ นับว่าเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ดีเลยทีเดียว


แม่ฮ่องสอน-ตุ๊กตากะเหรี่ยงคอยาว
ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีหมู่ชนเผ่าปาดองที่มีการไว้ห่วงคอ จึงมีการทำหัตถกรรมตุ๊กตากะเหรี่ยงคอยาวเพื่อเป็นงานหัตถกรรมที่ระลึกของจังหวัด


ลำปาง-ชามตราไก่
ตามหลักฐานพอสืบค้นได้ปรากฏว่าชามตราไก่อันเป็นเอกลักษณ์ของลำปางในปัจจุบันมีประวัติ อันยาวนานและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งชามตราไก่เกิดขึ้นในประเทศจีนโดยช่างฝีมือชาวจีนแคระที่ตำบล กอปี แต่เดิมชามตราไก่ไม่ปรากฏการเขียนลาย เป็นเพียงชามขาวธรรมดา เมื่อผลิตเสร็จได้จัดส่งมาเขียนลายเผาสีบนเคลือบที่ตำบลปังเคย แต้จิ๋ว หลังจากนั้นจึงกลายเป็นชามตราไก่สำเร็จรูปและส่งออกจำหน่ายในตลาดทั่วไปต่อมาราว ๆ ปี พ.ศ. 2480 ชาวจีนที่ทำชามตราไก่ในประเทศจีนได้ย้ายถิ่นมาจากเมืองจีน มาตั้งบ้านเรือนที่กรุงเทพมหานครและลำปาง (ในการย้ายถิ่นมาครั้งนี้ได้นำช่าง (ญาติพี่น้อง)ชาวจีนที่มี ความสามารถทางการปั้นเครื่องปั้นดินเผามาด้วย) พร้อมกันนี้ได้สร้างโรงงานและเตาเผาชามตราไก่ขึ้น ที่แถววงเวียนใหญ่ จังหวัดธนบุรีและที่ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานคร ในราวปี พ.ศ.2500 ชาวจีนที่ทำโรงงานและเตาเผาชามตราไก่ได้ย้ายขึ้นมาตั้งโรงงานและเตาเผา ในจังหวัดลำปางทั้งนี้เนื่องจากที่จังหวัดลำปางมีดินขาวเหมาะที่จะนำมาทำการผลิตชามตราไก่มากที่สุด ชามตราไก่มี 4 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ที่ 1 และที่ 2 สำหรับใส่น้ำแกงและใส่ข้าว ใช้สำหรับจับกังที่ทำงาน หนักและขนาดที่ 3 และ 4 เป็นขนาดที่ใช้ใส่ข้าวและข้าวต้มโดยเฉพาะสาเหตุที่ชาม ตราไก่ขายได้มากทั้งนี้เนื่องจากเป็นชามที่เหมาะสำหรับคนจีนซึ่งใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวลักษณะของชามตราไก่ ๆ ที่ดีต้องมาจากประเทศจีนลายไก่จะต้องเป็นลายไก่มีหงอนตัวมีสีแดงสด หางดำ ต้นกล้วยสีเขียวอ่อน ดอกโบตั๋นสีชมพูม่วง ต้นหญ้าสีเขียวและเป็นสีบนเคลือบ เผาที่อุณหภูมิ 750 - 850 องศาเซลเซียส เพราะต้องการให้สีสดลักษณะของเคลือบบนชามจะมีลักษณะสีเขียวอ่อน ๆ แบบจีน ต่อมาเมื่อประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วชามตราไก่ส่งมาขายเมืองไทยไม่ได้ไทยจึง ต้องผลิตชามตราไก่เองต่อมาในระยะหลัง ๆ การผลิตและการขายชามตราไก่มีการแข่งขันกันมากขึ้นใน ท้องตลาด การผลิตจึงได้เปลี่ยนไปจากการเผาเคลือบและเผาสีซึ่งกระบวนการ 2 ขั้นตอนให้เหลือการผลิต ขั้นตอนเดียวคือเผาครั้งเดียวไม่ต้องเผาสีจึงได้พยายามเปลี่ยนรูปแบบของการผลิตขึ้นเพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกันนี้จึงได้เปลี่ยนสีรูปไก่ไปเป็นสีใต้เคลือบแทนสีบนเคลือบ ซึ่งตัวไก่เป็นสีเขียว หางสีน้ำเงิน ดอกไม้สีชมพูอ่อน เคลือบชามตราไก่เป็นสีขาวออกสีครีมคุณภาพด้อยลงราคาถูก ต่อมา เมื่อเทคโนโลยีและวิทยาการการผลิตถ้วยชามก้าวหน้า จึงมีการเปลี่ยนแปลงโดยการนิยมใช้เครื่องถ้วย แบบญี่ปุ่นมากขึ้น ความนิยมในชามตราไก่จึงค่อย ๆ หมดไป


ลำพูน-ผ้าทอไหมยกดอกแบบลำพูน
มีศิลปะการทอที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของลำพูน มีลวดลายเฉพาะแบบโบราณ แม้จะมีราคาสูงแต่ความงามของผืนผ้าไหมจากฝีมือหัตถกรรมท้องถิ่น ทำให้ผ้าไหมยกดอกของลำพูนยังได้รับความนิยมทั่วไปและส่งเป็นสินค้าออกต่างประเทศ


อุตรดิตถ์-ดาบเหล็กน้ำพี้
ดาบเหล็กน้ำพี้เป็นดาบที่ทำจากโลหะที่แข็งแรงมากๆ พอๆ เกิดสนิมยากมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การทำดาบเหล็กน้ำพี้นั้นจะต้องใช้เหล็กจากบ่อเหล็กน้ำพี้เท่านั้น ดาบเหล็กน้ำพี้มีพลังในการล้างอาถรรพ์ ทำลายอาคมได้ และมีบุคคสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยที่ใช้ดาบเหล็กนี้พี้เช่น พระแสงของ้าว ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงใช้กระทำยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา
ดาบนันทกาวุธ ของพระยาพิชัยดาบหัก
ดาบล้างอาถรรพ์ ของพระนารายณ์มหาราช
ดาบฟ้าฟื้น ของขุนแผน มีส่วนผสมของเหล็กน้ำพ

จาก
rradiolamphunfm93.spaces.live.com
ltt.cru.in.th
th.wikipedia.prg
www.annaontour.com
www.thaitambon.com
www.oknation.net
ww.wiang-kalong.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Mon Oct 11, 2010 7:24 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Mon Oct 11, 2010 3:30 pm

กระดาษจากหยวกกล้วยสวยอะ *w*

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

ประวัติศาสตร์หัตถกรรมภาคใต้

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Mon Oct 11, 2010 10:05 pm

มีหลักฐานการทำหัตถกรรรมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์แล้วเพราะเป็นภาคที่ติดต่อค้าขายทางทะเล จึงทำให้มีความเจริญพัฒนาเป็นอาณาจักรได้เร็วกว่าภาคใดๆ จึงมีการรับเทคนิคการทำหัตถกรรรมจากการค้าขายของชาวต่างชาติที่เข้ามาเทียบท่า และภาคใต้มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ตามชายแดนมาเลเวียจึงมีงานหัตถรรมแบบที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม มาเลเซีย อินโดนีเซียและวัสดุในท้องถิ่นอยู่ด้วย เช่น ผ้าบาติก ฮิญาบ กริช เรือกอและจำลอง กรงนกเขา ผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอยและมุก เป็นต้น


กระบี่-กระเป๋าหอยเบี้ย
ที่จังหวัดกระบี่มีสุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี และมีการวางจำหน่ายกระเป๋าที่ทำจากหอยเบี้ย


ชุมพร-โคมไฟบาติก
เป็นโคมไฟที่ทำมาจากกระดาษใยสับปะรด


ตรัง-ตัวตลกหนังตะลุงจากลูกยางพาราและกะลามะพร้าว
หนังตะลุงเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งของภาคใต้ จึงมีการทำเป็นหัตถกรรมที่ระลึกและที่จังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่ปลูกต้นยางพาราเป็นแห่งแรก


นครศรีธรรมราช-เครื่องถมนคร
ลักษณะงานถมนคร จะมีสีดำเงางาม ลวดลายเกิดจากการสลักด้วยมือล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นการเคาะ หรือแผ่รีด ทำให้ลวดลายมีความละเอียด ถ้าสังเกตจากด้านใน จะมีรอยสลักนูนขึ้นมา แต่ถ้าเป็นเครื่องถมที่ทำด้วยการกัดกรด ไม่ใช้การสลัก ด้านในจะไม่มีรอยสลัก จะเห็นว่าการทำของนครฯ ทำด้วยมือ มีรอยสลักด้วยมือจริงๆ แต่ปัจจุบันอาจมีเครื่องจักรมาใช้บางขั้นตอน อาทิ แหวนนะโม ใช้วิธีการหล่อขึ้นรูป จุดเด่นอีกประการที่เห็นชัดของเครื่องถมนครนั้นอยู่ที่ตัวยาถมซึ่งมีสีดำ ขึ้นเงา แวววาว จนเรียกติดปากว่า ถมนคร ทั้งนี้การพัฒนาฝีมือของช่างในอดีตเกิดจากการแข่งขันกันของช่างฝีมือภายในนครศรีธรรมราช จนพัฒนาลักษณะของเครื่องถม ให้มีลวดลายวิจิตรสวยงาม แต่ปัจจุบันเครื่องถมนครไม่ค่อยพัฒนารูปแบบและลวดลาย นิยมทำแบบดั้งเดิม อาทิ กำไร ขัน ช้อน ภาชนะ


นราธิวาส-เรือกอและจำลอง
เรือกอและเป็นเรือที่สามารถพบได้เฉพาะที่จังหวัดนราธิวาสและปัตตานีเท่านั้น เรือกอและมีลวดลายศิลปะไทย มลายู และชวา โดยมีศิลปะไทยมากที่สุด มีการกล่าวว่าลูกแม่น้ำบางนราไม่มีเรือกอและหาปลาก็เหมือนไม่มีเสื้อผ้าใส่ ในปัจจุบันเรือกอและมีการทำจำลองเพื่อเป็นงานหัตถกรรมที่ระลึก


ปัตตานี-กรงนกเขาปัตตานี
เป็นกรงนกเพื่อไว้เลี้ยงนกเขา ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่สวยงามเหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบการเลี้ยงนกเขา


พังงา-โคมไฟกรอบรูปจากเปลือกหอย
จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ที่ติดทะเลและมีการนำเปลือกหอยมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ


พัทลุง-หนังตะลุงแกะสลัก
หนังตะลุงเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านของภาคใต้ มีการนำมาแกะสลักเพื่อเป็นงานหัตถกรรมที่ระลึก


ภูเก็ต-ผลิตภัณฑ์แร่ดีบุก
ภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแร่ดีบุกมากตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชปี พ.ศ. 2228 ด้ทำสัญญาให้ฝรั่งเศสค้าขายแร่ดีบุกที่ภูเก็ต และเมืองบริวารได้แต่เพียงผู้เดียว จากหลักฐานเหล่านี้ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ภูเก็ตอาจเป็นบริเวณที่มีการทำแร่ดีบุก เป็นแห่งแรกของเอเชียก็ได้


ยะลา-กริชรามันห์
เมื่อ ประมาณ 200 – 300 ปีก่อน เจ้าเมืองรามันห์หรืออำเภอรามัน จังหวัดยะลา ปัจจุบัน ประสงค์จะให้มีกริช เป็นอาวุธคู่บ้านคู่เมือง และต้องการมีกริชประจำตัวด้วยถึงกับเชิญช่างผู้ชำนาญการจากประเทศอินโดนีเซีย มีชื่อว่า ช่างบันไดซาระ มาทำกริชที่เมืองรามันห์ในรูปแบบปัตตานีและรูปแบบรามันห์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ จนกริชรูปแบบนี้ถูกเรียกขานในท้องถิ่นว่า กริชรูปแบบบันไดซาระ ตามชื่อของช่างทำกริชชาวชวาผู้นั้น ตั้งแต่นั้นมา จึงมีการสืบทอดการทำกริช ในพื้นที่เมืองรามันห์ โดยเฉพาะที่ตำบลตะโล๊ะหะลอ มาหลายชั่วอายุคนจวบจนปัจจุบัน กริชที่เมืองรามันห์นิยมทำเป็นหัวนกพังกะมากกว่าชนิดอื่น นกพังกะ คือนกที่มีปีกและตัวสีเขียวปากยาวสีแดงอมเหลือง คอขาวบ้างแดงบ้าง นอกจากนี้ยังทำเป็นหัวรูปไก่ หัวงูจงอาง และรูปคน ส่วนใหญ่สลักด้วยไม้หรือกระดูกปลา กริชมีหลายรูปแบบ เช่น กริชแบบกลุ่มบาหลี และมดุรา กริชแบบชวา กริชแบบคาบสมุทรตอนเหนือ กริชแบบบูกิส กริชแบบสุมาตรา กริชแบบปัตตานี กริชแบบซุนดา หรือซุนดัง และกริชแบบสกุลช่างสงขลา.....


ระนอง-ผลิตภัณฑ์มุก
จังหวัดระนองเป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ที่มีชื่อเสียงเรื่องมุก จึงมีคำขวัญว่า “มุกแท้เมืองระนอง”


สงขลา-ผ้าทอเกาะยอ
จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมาของผู้เฒ่าผู้แก่ได้ความว่า การทอผ้าของเกาะยอมีมาตั้งแต่ประเทศสยามสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยหมู่บ้านเกาะยอนั้นเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะทั้งโดยทางบนบกและทางน้ำ คนที่อพยพมาในช่วงแรกนั้นซึ่งเป็นคนเชื้อสายจีน ได้นำอาชีพการทอผ้ามาสอนชาวบ้านในบริเวณนั้น การทอผ้าจะทอด้วย “กี่มือ” ที่โครงสร้างเป็นไม้ไผ่ และใช้ “ตรน” แทนลูกกระสวย ผ้าที่ทอในระยะแรกนั้นจะเป็นแบบเรียบๆ ไม่มีลวดลาย ระยะหลังได้มีการปลูกฝ้ายเพื่อนำมาทอผ้าและย้อมด้วยสีธรรมชาติและมีการทอเป็นลายดอกชนิดต่างๆในเวลาต่อมา เช่น "ลายก้านแย่ง"” ชื่อเดิมคือ “ลายคอนกเขา” ซึ่งเป็นลายที่สวยที่สุด และเมื่อปีพ.ศ. 2375 ชาวบ้านเกาะยอได้นำผ้าเกาะยอขึ้นถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่า “ลายราชวัตร” แปลว่า “กิจวัตรหรือการกระทำ” ผลิตภัณฑ์ผ้าทอเกาะยอ มีการสั่งสอน สืบทอดต่อกันภายในครัวเรือนเรื่อยมา เป็นเวลาหลายร้อยปี จนปรากฏว่ามีเพลงกล่อมเด็กเก่าแก่หลายบท ที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมและวัฒนธรรมการทอผ้าของชาวเกาะยอซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่บนเกาะเล่าว่า ได้ฟังเพลงกล่อมเด็กเหล่านั้นมาจากยายอีกต่อ นอกจากนั้นยังมีปริศนาคำทายเกี่ยวกับเครื่องมือทอผ้าด้วย กลุ่มผ้าทอเกาะยอ กลุ่มผ้าทอเกาะยอมีการเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2539 โดยมีการติดต่อกับหน่วยงานราชการ คือ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสงขลา และได้รับเงินทุนจำนวนหนึ่งมาจัดตั้งกลุ่ม กลุ่มผ้าทอมีการพัฒนาเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อปี 2541 ได้จัดตั้งกลุ่ม ในนามว่า “กลุ่มราชวัตถ์ พัฒนาผ้าทอเกาะยอ” มีสมาชิกเริ่มแรก 14 คน วัตถุประสงค์ของกลุ่ม คือ เพื่อพัฒนาอาชีพของชาวตำบลเกาะยอ คือการทอผ้าเกาะยอ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น จากการรวมกลุ่มครั้งแรกจึงได้กู้เงินมาเป็นทุนในการซื้อเส้นใยที่มีหน่วยงาน “ชมรมแสงส่องหล้า” มาให้ความช่วยเหลือในเรื่องการต่อเติมอาคารและได้นำเรื่องกลุ่มอาชีพไปเสนอสำนักพระราชวัง และต่อมาในปี 2543 จึงได้รับพระราชทานชื่อกลุ่ม ระหว่างกลุ่มราชวัตถ์ และกลุ่มแสงส่องหล้า จึงรวมเรียกชื่อว่า “กลุ่มราชวัตถ์แสงส่องหล้า” เป็นต้นมา


สตูล-ไข่มุกหอยโข่ง
ไข่มุกหอยโข่งเป็นไข่มุกที่หายากมากๆ 1 ในล้านถึงจะเจอ ปกติไข่มุกจะเกิดจากหอยที่มี 2 ฝาแต่หอยโข่งจะมีฝาเดียวจึงเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติ เป็นที่ต้องการของคนมีเงินและเป็นที่ต้องการของสถาบันเก็บไว้ศึกษาทั่วโลก หาเจอได้เฉพาะทะเลอันดามัน แต่ยากมากที่จะเจอไข่มุก มีชาวประมงเคยจับหอยโข่งมาเป็นพันตัวใช้เวลาหลายปีเพื่อหามุกในหอยก็ยังไม่เคยเจอสักเม็ด ซึ่งราคาของไข่มุกหอยโข่งคือจากเว็บไซต์ที่เจอคือ 400,000 บาท


สุราษฎร์ธานี-ผ้าทอพุมเรียง
เดิมชาวบ้านได้รับการฝึกหัดการทอผ้าจากพ่อค้าเรือสำเภาชาวจีนที่เดินทางมาค้าขายในประเทศไทยเพื่อจ้างให้ทอผ้าใบเรือ ต่อมาชาวบ้านได้มีการพัฒนาฝีมือเป็นการทอผ้าสำหรับตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ และได้นำไปจำหน่ายในงานต่างๆที่ราชการจัดขึ้นปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาประกอบกับได้รับการส่งเสริมจากส่วนราชการทุกภาคส่วนจึงได้มีการพัฒนาฝีมือที่ก้าวหน้าขึ้นมากและได้นำเอาผ้าที่ทอได้มาแปรรูปให้เกิดมูลค่าเพิ่มและมีความหลากหลายมากขึ้น

จาก
mljewelry_stones.tarad.com
th.wikipedia.org
www.alangkarnprakruang.com
www.bloggang.com
www.krusiam.com
www.rmutphysics.com
www.tapee.sru.ac.th
www.tarad.com
www.taradhit.com
www.thaitambon.com
www.thaitourzone.com
www.oknationa.net
www.urnurse.net

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Tue Oct 12, 2010 8:15 pm

มุก ระนอง ฝังใจขริงๆ

ผิดข้อนี้ข้อเดียว ไปตอบของ ระยอง llOTL

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวไทยของปี 2552 (2 ปี มาแล้ว) ที่สะอาดเรียบร้อยที่สุด

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Oct 13, 2011 10:43 am

แม้จะผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่หวังว่าผู้ชมคงได้เห็นทิวทัศน์อันสะอาดและสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยนะครับ

10. เขาตะปู จังหวัดพังงา


9. เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี


8. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่


7. หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


6. พัทยา จังหวัดชลบุรี


5. เกาะช้าง จังหวัดตราด


4. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี


3. หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่


2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา


1. หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต


จาก
www.toptenthailand.com
www.youtube.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Thu Oct 13, 2011 11:40 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขคลิป)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

10 สุดยอดน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat Oct 15, 2011 9:47 am

10. น้ำตกขุนพอง จังหวัดเลย

9. น้ำตกกรุงชิง จังหวัดนครศรีธรรมราช

8. น้ำตกพริ้ว จังหวัดจันทบุรี

7. น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี

6. น้ำตกเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

5. น้ำห้วยขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี

4. น้ำตกเหวนรก จังหวัดนครนายก

3. น้ำตกแม่สุริน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

2. น้ำตกแม่ยะ จังหวัดเชียงใหม่

1. น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก


จาก
www.toptenthailand.com
www.youtube.com

รูปภาพจาก
ทีลอซู.คอม
www.ready2trip.com
travel.sanook.com
www.trippergang.com
www.lively.in.th
www.holidaythai.com
i.kapook.com
www.tlcthai.com
www.tripsthailand.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sat Oct 15, 2011 9:48 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขแหล่งอ้างอิง)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

10 อันดับทะเลที่สวยที่สุดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sun Oct 16, 2011 12:56 pm

10. เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

9. หาดพัทยา จังหวัดชลบุรี

8. เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

7. เกาพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

6. หาดหัวหิน จังหวัดระจวบคิรีขันธ์

5. เกาะลันตา จังหวัดกระบี่

4. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

3. หาดไรเลย์ จังหวัดกระบี่

2. เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

1. ภูเก็ต ไข่มุกแห่งอันดามัน จังหวัดภูเก็ต



จาก
thaitopten.blogspot.com
www.youtube.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว ไปของไทย

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Mon Oct 17, 2011 11:50 am

10. ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ- ดอยแม่เหาะ ดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

9. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์และพิษณุโลก

8. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเลย

7. อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย

6. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย

5. เขาค้อ-อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

4. ภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

3. ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

2. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่


จาก
www.toptenthailand.com
www.youtube.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Mon Oct 17, 2011 11:57 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขรายละเอียดให้เข้าใจยิ่งขึ้น)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

10 อันดับการโกงเงินนักท่องเที่ยวในไทย

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Oct 21, 2011 9:47 pm

ไม่รู้ว่าจะเอาลงหมวดไหน ลงหมวดนี้ล่ะกัน

10. หลอกว่าตั้งครรภ์
เพื่อนหญิงในไทยของนักท่องเที่ยวจะติดต่อไปว่าเธอตั้งครรภ์กับเขา เธอต้องการเงินที่จะนำไปเลี้ยงดูบุตรหรือแม้แต่เอาไปทำแท้ง แต่สิ่งที่เธอไม่ได้บอกก็คือ เธอได้เขียนจดหมายไปหาชาวต่างชาติอื่นๆอีกหลายคนแล้วก็บอกพวกเขาว่าเป็นพ่อของเด็กอีกเช่นกัน บางคนถึงขนาดใช้ยาที่ทำให้ท้องบวมเหมือนกับท้องจริงถ้าหากนักท่องเที่ยวจะบินมาเยี่ยมเขา หนทางเดียวคือต้องพาเพื่อนหญิงไปตรวจครรภ์โดยอัลตร้าซาวด์

9. ไพ่ป็อก (Blackjack)
หลังจากถูกถามว่ามาจากประเทศไหน นักท่องเที่ยวก็จะถูกชักชวนไปที่บ้าน โดยอ้างว่าน้องสาวกำลังจะเดินทางไปศึกษาที่ประเทศนั้นอยู่พอดี ต้องการที่จะสอบถาม แต่พอถึงบ้าน นักท่องเที่ยวก็จะถูกชักชวนให้เล่นไพ่ป็อกกับพวกเขา นักท่องเที่ยวจะถูกชักชวนให้ร่วมกันหลอกเอาเงินจากผู้อื่น แต่ในที่สุดก็เป็นนักท่องเที่ยวที่ถูกหลอกซะเอง

8. แท็กซี่สนามบิน
คนหลอกลวงเหล่านี้
จะแต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ และนำเสนอแท็กซี่เข้าตัวเมืองในราคา 500 – 1000 บาท ในขณะที่แท็กซี่มิเตอร์จริงๆจะถูกกว่านี้มาก

7. นั่งรถทัวร์ระยะยาว
นักท่องเที่ยวหลายๆคนถูกขโมยสิ่งของจากกระเป๋า ในรถทัวร์ที่เดินทางระยะยาวข้ามคืน บางคนถึงกับถูกวางยาและหลังจากตื่นขึ้นมาก็พบว่าเงินของเขาหายไปแล้ว (เคยดูรายการตีสิบตีแผ่ถึงผู้ร้ายที่แอบเข้าไปอยู่ใต้รถทัวร์ของนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศ เข้าไปขโมยของจากกระเป๋าเดินทาง กว่านักท่องเที่ยวจะรู้ตัวก็ตอนที่กลับไปถึงประเทศของเขาแล้ว)

6. หัวลำโพง
นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปที่หัวลำโพงก็มักจะมีผู้ที่แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่เข้าไปติดต่อ โดยพวกเขาบอกว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อตั๋วรถไฟให้ แล้วก็จะนำนักท่องเที่ยวไปที่บริษัทที่อยู่ใกล้เคียง แกล้งทำเป็นโทรศัพท์เช็คกับการรถไฟแล้วก็จะบอกกับนักท่องเที่ยวว่ารถไฟเต็ม หนทางเดียวที่จะไปจุดหมายได้ก็คือเดินทางกับรถบัสของบริษัทพวกเขา

5. โชว์วาบหวิวที่พัฒน์พงษ์
จะมีคนจากทางร้านมาหลอกนักท่องเที่ยวว่าการแสดงโชว์เหล่านั้นฟรี เพียงแค่เสียค่าเครื่องดื่มดริ๊งค์ละ 100 บาท แต่ในที่สุดก็จะถูกชาร์จค่าต่างๆหลายๆพัน และคุณอาจโดนทำร้ายด้วยหากปฏิเสธที่จะจ่ายบิลเหล่านั้น

4. เจ็ทสกี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพัทยาและภูเก็ต หลังจากที่นักท่องเที่ยวเช่าเจ็ทสกีออกไปหาความสนุกสนานแล้ว ตอนที่นำเอามาคืน ทางร้านจะอ้างว่านักท่องเที่ยวทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือแม้แต่รอยบุบบนเจ็ทสกี ทางร้านก็จะเรียกร้องเอาค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้สำรวจเจ็ทสกีว่ามีร่องรอยเสียหายตรงไหนบ้างในตอนที่มาเช่าไป

3. ทอนเงินผิด
การหลอกลวงแบบนี้อาจเกิดขึ้นแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อที่ใกล้เคียงกับแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวซึ่งมักไม่คุ้นเคยกับธนบัตรของไทย หากเขาจ่ายเงินด้วยแบงค์พัน ก็จะได้รับเงินทอนเหมือนจ่ายด้วยแบงค์ห้าร้อย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะไม่ทันสังเกต ว่าได้รับเงินทอนถูกต้องหรือไม่

2. หลอกขายอัญมณีราคาแพง
นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไม่มีความรู้เรื่องอัญมณีมากนัก ก็จะถูกร้านจิวเวอรี่หลอกขายอัญมณีในราคาแพง และร้านที่หลอกลวงพวกนี้ก็จะบอกนักท่องเที่ยวว่าคุณจะขายอัญมณีเหล่านั้นได้กำไรอย่างมหาศาลเมื่อกลับไปประเทศของพวกเขา

1. พระบรมมหาราชวังปิด
อุบายนี้เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ เวลานักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงพระบรมมหาราชวัง จะมีผู้มาคอยหลอกว่าวันนี้หรือช่วงเวลานี้ พระบรมมหาราชวังปิด ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ แล้วพวกเขาก็จะเสนอทัวร์ราคาถูกแก่นักท่องเที่ยว โดยมากมักจะเดินทางโดยรถตุ๊กตุ๊ก ในที่สุดนักท่องเที่ยวก็จะถูกพาไปร้านจิวเวอรี่หรือร้านตัดเสื้อผ้า ซึ่งก็จะนำเสนอขายสินค้าราคาไม่สมเหตุสมผลแก่นักท่องเที่ยว แน่ล่ะคนขับรถตุ๊กตุ๊กก็จะได้ผลประโยชน์จากร้านค้าต่างๆเหล่านี้

จาก
www.toptenthailand.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

10 อันดับธนาคารที่คนไทยนิยมใช้[ริการกันมากที่สุด

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat Oct 22, 2011 1:46 pm

10. ธนาคารซีเอ็มบีไทย

9. ธนาคารยูโอบี

8. ธนาคารนครหลวงไทย

7. ธนาคารธนชาติ

6. ธนาคารทหารไทย

5. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

4. ธนาคารกรุงเทพ

3. ธนาคารกรุงไทย

2. ธนาคารกสิกรไทย

1. ธนาคารไทยพาณิชย์



จาก
www.toptenthailand.com

ภาพจาก
www.pinthong-group.com
www.thaibusinesspr.com
www.toptenthailand.com
www.yopi.co.th

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 5 จาก 6 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ