ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย 5 5 1

ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

หน้า 1 จาก 6 1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Tue May 11, 2010 2:50 pm



ประเทศไทยมี 6 ภาคแบ่งตามภูมิศาสตร์ได้ดังนี้


ภาคกลาง มี 22 จังหวัด
1. กรุงเทพมหานคร
2. กำแพงเพชร
3. ชัยนาท
4. นครนายก
5. นครสวรรค์
6.นครปฐม
7. นนทบุรี
8. ปทุมธานี
9. พระนครศรีอยุธยา
10. เพชรบูรณ์
11. พิจิตร
12. พิษณุโลก
13. ลพบุรี
14. สมุทรปราการ
15. สมุทรสงคราม
16. สมุทรสาคร
17. สระบุรี
18. สิงห์บุรี
19. สุโขทัย
20. สุพรรณบุรี
21. อ่างทอง
22. อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 20 จังหวัด
1. กาฬสินธุ์
2. ขอนแก่น
3. ชัยภูมิ
4. นครพนม
5. นครราชสีมา
6. บึงกาฬ
7. บุรีรัมย์
8. มหาสารคาม
9. มุกดาหาร
10. ยโสธร
11. ร้อยเอ็ด
12. เลย
13. สกลนคร
14. สุรินทร์
15. ศรีษะเกษ
16. หนองคาย
17. หนองบัวลำภู
18. อำนาจเจริญ
19. อุดรธานี
20. อุบลราชธานี


ภาคตะวันออก มี 7 จังหวัด
1. จันทบุรี
2. ฉะเชิงเทรา
3. ชลบุรี
4. ตราด
5. ปราจีนบุรี
6. ระยอง
7. สระแก้ว


ภาคตะวันตก มี 5 จังหวัด
1. กาญจนบุรี
2. ตาก
3. ประจวบคิรีขันธ์
4. เพชรบุรี
5. ราชบุรี


ภาคเหนือ มี 9 จังหวัด
1. เชียงราย
2. เชียงใหม่
3. น่าน
4. พะเยา
5. แพร่
6. แม่ฮ่องสอน
7. ลำปาง
8. ลำพูน
9. อุตรดิตถ์


ภาคใต้ มี 14 จังหวัด
1. กระบี่
2. ชุมพร
3. ตรัง
4. นครศรีธรรมราช
5. นราธิวาส
6. ปัตตานี
7. พังงา
8. พัทลุง
9. ภูเก็ต
10. ยะลา
11. ระนอง
12. สงขลา
13. สุราฎร์ธานี
14. สตูล


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Thu Dec 22, 2011 11:02 pm, ทั้งหมด 6 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขรูปภาพ)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Tue May 11, 2010 2:51 pm

อ้างอิงจาก วิกิพีเดียทั้งรูปภาพและข้อมูล

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขนมไทยภาคกลาง

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Tue May 11, 2010 4:09 pm

กรุงเทพมหานคร



ขนมฝรั่งกุฎีจีน
เป็นขนมพื้นเมืองของชุมชนกุฎีจีน แขวงกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เป็นขนมที่มีผลิตเฉพาะในชุมชนแห่งนี้เท่านั้น ชุมชนกุฎีจีนเป็นชุมชนชาวโปรตุเกสที่อพยพมาจากรุงศรีอยุธยาในสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกเป็นครั้งที่ 2 ชาวบ้านได้สืบทอดขนมเหล่านี้มาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันมีขนมฝรั่งกุฎีจีนเพียง 2 ยี่ห้อเท่านั้นคือ ลูกหลานแม่เป้า กับ ธนูสิงห์ ขนมชนิดนี้มาจากขนมโปรตุเกสที่ชื่อว่า คาสเตลล่า (Castella) ซึ่งของโปรตุเกสไม่ใส่น้ำตาลแต่ของไทยใส่น้ำตาลลงไป ทำให้ขนมกรอบอร่อย สูตรดั้งเดิมไม่มีลูกเกด ปัจจุบันนิยมใส่ ในอดีตขนมฝรั่งกุฎีจีนใช้ไม้จากป่าชายเลนในการทำเพราะว่าให้ความร้อนได้ดี ปัจจุบันไม่ใช้กันแล้วเพราะทำลายธรรมชาติของป่าชายเลน เคล็ดลับความอร่อยขนมฝรั่งกุฎีจีนก็คือ ใช้ไข่จากเป็ดที่ไม่ลงน้ำ เพราะน้ำที่เป็ดลงไปเล่นน้ำทำให้นำเข้าไปในไข่เป็ด ทำให้ไข่เป็ดไม่อร่อย

กำแพงเพชร



กระยาสารท
กระยาสารทเป็นขนมที่พบได้ทั่วไป ทั่วประเทศ นับว่ากระยาสารทเป็นภูมิปัญญาไทยในการถนอมอาหาร ในฤดูที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ จึงเก็บอาหารที่เหลือไว้รับประทานในฤดูขาดแคลน การรับประทานกระยาสารทให้อร่อยสุดยอดต้องรับประทานกับกล้วยไข่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยไข่ที่ปลูกในแผ่นดินกำแพงเพชร กระยา หมายถึง เครื่อง สิ่งของ เครื่องกิน สารท หมายถึง เทศกาลทำบุญในวันสิ้นเดือนสิบ โดยนำพืชพรรณธัญญาหารแรกเก็บเกี่ยวมาปรุงเป็นข้าวทิพย์ และข้าวมธุปายาส ถวายพระสงฆ์

ชัยนาท



ขนมกง
ขนมกงหรือขนมกงเกวียน ซึ่งหมายถึงกงเกวียนที่หมุนไปข้างหน้าเช่นเดียวกับพระธรรมจักร ความหมายที่ต้องการสื่อถึงงานแต่งงานก็คือ ต้องการให้คู่บ่าวสาวรักและครองคู่อยู่ด้วยกันชั่วนิจนิรันดร์ ขนมกงเป็นขนมโบราณ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จากคำให้ การขุนหลวงหาวัดประดู่ทรงธรรม ในเอกสารหอหลวงสมัยอยุธยา “ย่านป่าขนม ชาวบ้านนั้นทำขนมขายและนั่งร้านขายขนมชะมด กงเกวียน ภิมถั่ว สำปนี” ขนมกงเกวียนก็คือขนมกงนั่นเอง รูปร่างก็เป็นล้อเกวียนสมชื่อสำหรับคนไทย ขนมกงดูจะแพร่หลายมากเป็นพิเศษในจังหวัดภาคกลาง โดยเพราะอย่างยิ่งแถบจังหวัดอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ฯลฯ เป็นที่รู้กันดีว่าขนมกงเป็น ขนมมงคล ที่นิยมใช้ในพิธีแต่งงานในฐานะขนมขันหมาก นอกจากขนมกงวงเล็ก ที่ทำกินกันตามปกติแล้วยังมีขนมกงขนาดใหญ่ ที่ทำขึ้น ในโอกาสพิเศษอย่างงานแต่ง นอกจากขนาดที่ใหญ่แล้ว บางที่จะประดิษฐ์โดยการเอาตอกมาเสียบสี่มุมของตัวกง รวบปลายตอกแล้วมัดยอดด้วยตอกให้เหมือนทรงกระโจม นำแป้งที่ใช้ชุบตัวกงมาสลัดในกระทะให้เป็นแพฝอย ๆ นำแพแป้งที่ลักษณะเหมือนแหนี้มาคลุมตัวกระโจมดังกล่าว เพิ่มความสวยงามไปอีกแบบ จากนั้นก็จะนำใส่สาแหรกหาบไปในพิธีแห่ขันหมากขนมกงขาดไม่ได้ในงานหมั้นงานแต่ง จนคนไทยสมัยก่อน ถึงกับ มีสำนวนพูดสัพยอกว่า “เมื่อไรจะได้กินขนมกงเสียที” ซึ่งหมายความว่าเมื่อไรจะแต่งงานนั้นเอง ขนมกงเป็นขนมมงคล ด้วยเชื่อว่าจะทำให้คู่บ่าวสาวมีใจคอหนักแน่นและครองรักกันตลอดไปเหมือนกงล้อของเกวียนที่หมุนไปเรื่อย ๆ สมัยก่อน ในงานหมั้นงานแต่งจะใช้ขนมกงควบคู่กับขนมสามเกลอ แต่ปัจจุบันขนมสามเกลอเสื่อมความนิยมไปมากแล้ว คงเหลือแต่ขนมกงที่คนไทยภาคกลางยังนิยมใช้เป็นขนมแต่งงานกันแพร่หลาย ดังนั้นแถวอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี ชัยนาท จึงมีแม่ค้าทำขนมกงขายตามสั่ง ซึ่งจะมีมากในเดือนที่นิยมพิธีแต่งงาน อย่างไรก็ตามทุกวันนี้จะหาศิลปินนักทำขนมกงอร่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

นครนายก



ขนมดอกโสน
ขนมดอกโสน เป็นขนมโบราณของไทยแท้ๆ ปัจจุบันยังมีดอกโสนออกดอกบานสะพรั่งให้เห็นช่วงฤดูฝนอยู่ แต่ขนมดอกโสนกลับไม่ค่อยนิยมทำกัน ทั้งที่เป็นขนมที่อร่อย ทำก็ไม่ยาก ขนมนี้รูปร่างหน้าตาก็คล้ายๆ ขนมกล้วย ใช้ดอกโสนหอมๆ สีเหลืองเหมือนทอง แทนกล้วย ทำให้น่ากินมากขึ้น

นครสวรรค์



ขนมโมจิ
ขนมโมจิของจังหวัดนครสวรรค์นั้นถูกพัฒนามาจาก ขนมเปี๊ยะนมข้นหวาน เมื่อ 30 กว่า ปี ที่แล้ว

นครปฐม



ขนมผิง
เป็นขนมที่ท่านท้าวทองกีบม้าทำขึ้นมา เป็นขนมที่มาจากโปรตุเกส ขนมผิงในสมัยก่อนจะมีรสหวาน กลิ่นหอมที่ยั่วยวนใจ สีน้ำตาล และเมื่อรับประทานจะละลายในปากทันที ซึ่งต่างกับในสมัยปัจจุบันที่ทำสีสันเพิ่มเติม อาทิ สีชมพู สีเขียว และสีเหลือง นอกจากนั้นเนื้อแป้งยังแข็งขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งนี้ก็เพราะว่าป้องกันไม่ให้ขนมผิงที่บรรจุห่อขายนั้นแตกหักได้ง่าย แต่เดิมนั้นขนมผิงจะถูกบรรจุอยู่ในโหลแก้วเล็ก ๆ และประดับด้วยโบว์ เพื่อใช้เป็นของขวัญใน วันปีใหม่ หรือ วันแห่งความรัก

นนทบุรี



ขนมจ่ามงกุฎ
ขนมจ่ามงกุฏ เป็นขนมที่มีมาแต่โบราณและมักจะนิยมใช้ในงานมงคลต่าง ๆ อาทิเช่น งานแต่งงาน งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น และในสมัยก่อนขนมจ่ามงกุฏจะนิยมให้กันมากในโอกาสที่ได้รับเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ นอกจากชื่อของขนมจ่ามงกุฏเป็นชื่อที่เป็นมงคลแล้ว ยังมีความหมายที่ดีอีกด้วย ซึ่งมีความหมายคือ หัวหน้าผู้ซึ่งเป็นใหญ่ และด้วยวิธีทำที่ค่อนข้างยุ่งยาก ขนมจ่ามงกุฏจึงจะถูกมอบให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับการยกย่องจริงๆ เท่านั้น และด้วยวิธีการทำที่ยุ่งยากนี้เอง ในปัจจุบันจึงเป็นขนมที่ค่อนข้างหาทานได้ยาก

ปทุมธานี

[color=olive]ข้าวเกรียบมอญโบราณ
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ข้าวเกรียบงาปิ้ง อยู่คู่จังหวัดปทุมธานีมามากว่า ร้อยปี โดยเข้ามาพร้อมกับการอพยพของชาวมอญจากเมืองหงสาวดี ประเทศพม่า อพยพเข้ามาอยู่บริเวณเขตอำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคกในปัจจุบัน ข้าวเกรียบมอญโบราณเป็นอาหารประเภทขนม หรืออาหารกินเล่นของคนมอญอพยพ สาเหตุการอพยพนี้เอง จึงทำให้การทำอาหารของชาวมอญในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวาน ต้องไม่ยุ่งยากในการจัดเตรียม แต่จะทำแบบมีส่วนผสมของอาหารง่ายๆ หาวัสดุอุปกรณ์ได้ในพื้นที่ และเก็บไว้ได้เป็นระยะเวลานานๆ เช่นข้าวเกรียบมอญโบราณ สามารถเก็บไว้ได้นานเกิน 3 เดือน ทั้งที่ไม่ใช้ยากันบูดในการทำ แต่การเก็บจะต้องเก็บไว้ในที่แห้ง ไม่ชื้น หรืออากาศเข้าไม่ได้ เพราะจะทำให้ข้าวเกรียบเหนียว ไม่กรอบ และไม่อร่อย

พระนครศรีอยุธยา

โรตีสายไหม
โรตีสายไหม เป็นอาหารประเภทขนมหวานชนิดหนึ่งมีส่วนประกอบหลักอยุ่สองส่วน คือ แผ่นแป้ง และ ส่วนไส้ที่เป็น น้ำตาลเคี่ยวทำเป็นเส้นฝอยที่เรียกว่า สายไหม เวลารับประทานจะนำแผ่นแป้งมาห่อไส้และม้วน เพื่อรับประทาน โรตีสายไหม ผลิตมากและขึ้นชื่อที่จังหวัดอยุธยา และเป็นผลิตโอทอปของ ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีการผลิตมี 5 ขั้นตอนคือ “การหม่าแป้ง” “การแต้มแป้ง” “การทำหัวเชื้อ” “การเคี่ยวน้ำตาล” และ “การดึงเส้นสายไหม

เพชรบูรณ์



ขนมมะขามแปรรูป
เนื่องจากว่าจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดที่มีมะขามมากมายจึงมีการนำมะขามมาแปรรูปเป็นขนม เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัด

พิจิตร



มะขามแก้วสี่รส
มะขามแก้วสี่รส มีครั้งแรกที่ประเทศไทย จังหวัดพิจิตร โดยผลิตครั้งแรกขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519

พิษณุโลก



ขนมกล้วยตากบางกระทุ่ม
ขนมกล้วยตาก เนื่องจากมีกล้วยน้ำว้าเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงคิดวิธีทดลองถนอมอาหาร โดยการนำกล้วยสุกไปตากแดดเก็บไว้รับประทานและแจกชุมชนใกล้เคียงจนเป็นที่ติดปากและถูกใจ ในรสชาติต่อมาชาวบ้านได้ปรับปรุงและพัฒนาจนปัจจุบันเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพิษณุโลก


ลพบุรี



เห็ดวุ้นน้ำมะพร้าว
เห็ดวุ้นน้ำมะพร้าว ในรูปแบบที่ชาวลพบุรีผลิตออกจำหน่ายนั้น ตัววุ้นจะมีความแตกต่างจากวุ้นที่ได้จากการทำขนมทั่วไป โดยเป็นวุ้นที่เกิดขึ้นในกระบวนการหมัก เช่นเดียวกับน้ำส้มสายชู โดยใช้น้ำมะพร้าวแก่กับจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดน้ำส้ม (Acetobacter Xylinum) แผ่นวุ้นที่เกิดลอยอยู่บนผิวหน้าของน้ำส้มสายชูหมัก จะมีสีขาวคล้ายเห็ดที่ขยายตัวหนาขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาของการหมัก จึงเรียกว่า เห็ดวุ้นน้ำมะพร้าว ปัจจุบันมีการขยายการผลิตหลายราย ผู้ผลิตรายหลังๆ ต่อมาจึงเรียกว่า วุ้นน้ำมะพร้าวซึ่งฟังดูเข้าใจง่าย มีวิธีแปรรูป ได้หลายวิธีทั้งอาหารคาวและหวาน โดยหั่นแล้วต้มในน้ำเดือดเพื่อล้างกรดน้ำส้มออก ต้ม 2-3 ครั้ง แล้วจึงนำไปแปรรูป ซึ่งอาจใช้ทำ อาหารคาว เช่น ยำเซี่ยงไฮ้ แกงเผ็ด แต่ที่นิยมคือ นำไปต้มในน้ำเชื่อมซึ่งเก็บไว้ได้นาน โดยใช้กระบวนการเช่นเดียวกับอาหารกระป๋อง รับประทานกับน้ำแข็งเป็นขนมหวาน

สมุทรปราการ



ขนมจาก
ขนมจาก เป็นขนมพื้นบ้านในย่านจังหวัดสมุทรปราการและบริเวณที่ติดชายฝั่งทะเลอื่นๆ ทำด้วยแป้งข้าวเหนียว ส่วนมากนิยมใช้ข้าวเหนียวดำ มะพร้าวทึนทึกขูดหยาบๆ น้ำตาลมะพร้าว และเกลือเล็กน้อย ที่เรียกว่าขนมจาก เพราะเป็นขนมที่ห่อด้วยใบจากสด ที่ได้จากต้นจากซึ่งเป็นพืชในวงศ์ปาล์มชนิด ขึ้นเป็นกออยู่ตามป่าชายเลนและบริเวณริมน้ำเค็ม ขนมนี้ทำให้สุกด้วยการย่างไฟคล้ายการเผาข้าวหลามแต่ใช้ความร้อนน้อยกว่า

สมุทรสงคราม



กะละแมรามัญ
กะละแมรามัญ เป็นขนมหวานของชาวมอญที่หากินได้ไม่ง่ายนัก ปัจจุบันกลุ่มชาวมอญบ้านบางจะเกร็งได้รวมตัวกันทำกะละแมจำหน่ายที่ลานวัดศรัทธาธรรม และย่านดอนหอยหลอด ทั้งแบบแท่งและแบบตัดเป็นก้อนเล็กๆ พอดีคำห่อด้วยกาบหมากแห้ง วิธีเลือกซื้อ กะละแมที่ดีต้องไม่แข็งหรือเหนียวมาก ไม่เหม็นหืน รสชาติหวานมัน เพราะใส่กะทิเยอะ

สมุทรสาคร

ขนมหมี่กรอบสูตรไทยโบราณ
ขนมหมี่กรอบ เป็นขนมไทยโบราณที่สืบทอดกันมาช้านานโดยนิยมรับประทานกันเป็นอาหารว่าง สามารถหาวัตถุดิบในการผลิตได้ในท้องถิ่นคือส่วนผสมที่เป็นกุ้งก็มีแหล่งเลี้ยงกุ้ง ไข่เป็ดก็มีการเลี้ยงเป็ด และน้ำตาลมะพร้าวชาวบ้านก็ปลูกมะพร้าวกันอย่างมาก จึงเป็นปัจจัยหลักในการผลิตขนมชนิดนี้

สระบุรี



ขนมกระหรี่พัฟ
กระหรี่พัฟ เป็นขนมของท้าวทองกีบม้า มาจากภาษาอังกฤษคำว่า Curry puff

สิงห์บุรี



ขนมเค้กปลาช่อน
เป็นขนมที่เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2539 โดยเป็นขนมเค้กใส่ส่วนผสมของปลาช่อน มีการดับกลิ่นคาวปลาโดยการใช้สมุนไพรไทย

สุโขทัย



ขนมเกลียว
ขนมเกลียว เป็นของฝากประเภทขบเคี้ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุโขทัย ทำจากแป้งหมี่ผสมไข่ ปรุงรสด้วยพริกไทย เกลือ เคล้าให้เข้ากันก่อนจะนำมาปั้นเป็นเกลียว ทอดจนหอมกรอบ แล้วนำมาคลุกน้ำตาล มีรสหวาน

สุพรรณบุรี



ขนมสาลี่
เป็นขนมขึ้นชื่อของจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ไม่มีใครรู้ประวัติความเป็นมาของขนมสาลี่

อ่างทอง



ขนมเกสรลำเจียก
เป็นขนมขึ้นชื่อของอำเภอวิเศษไชยชาญ จังหวัดอ่างทอง

อุทัยธานี



ขนมกงหนองแก
เป็นขนมหวานที่ผลิตจากหมู่บ้านหนองแกที่มีรสอร่อยหวานหอมตามตำรับเดิม ซึ่งมีชื่อเสียงดังคำกล่าวขานที่ว่า น้ำยาน้ำทรง ขนมกงหนองแก และทำขึ้นจำหน่ายวันต่อวัน

อ้างอิง
www.nairobroo.com
th.wikipedia.org
www.dek-d.com
vide.google.com
http://kpp.nfe.go.th
food-recipes.vzazaa.com
gotoknow.org
www.oknation.net
www.moohin.com
www.hamanan.com
www.kruaklaibaan.com
taiyou.multiply.com
www.lannaworld.com
student.psu.ac.th
www.bloggang.com
www.weekendhobby.com
padee-reusedshop.tarad.com
weloveshopping.com
www.rd1677.com
kanchanapisek.or.th
www.maeklongtoday.com
www.cmadong.com
market.mthai.com
thaifood.m-culture.go.th
www.thongteaw.com
www.sambig.com
flash-mini.com
www.dtawanbooks.com
travel.lakkai.com
www.bloggang.com
หนังสือแกะรอยขนม ไทย โดยวิชชุตตา โกสุมพันธ์ พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2553 โดยสำนักพิม์นานมีบุ๊คส์


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sat Oct 22, 2011 2:41 pm, ทั้งหมด 6 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขรูปภาพและข้อมูล)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขนมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Wed May 12, 2010 4:58 pm

กาฬสินธุ์



มัฟฟินข้างโพด
ขนมมัฟฟินข้าวโพด เป็นขนมอบส่วนผสมเป็นแป้งเค้กและข้าวโพดเป็นหลัก รสชาติของขนมมีความหอมและหวานในรสชาติของข้าวโพด เป็นขนมที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับเป็นของฝากแก่ผู้ที่มาแวะเยี่ยมจังหวัดกาฬสินธุ์

ขอนแก่น



ขนมไหมฟ้า
หรือขนมหนวดมังกรเป็นขนมที่มาจากฮ่องกงหาทานได้ยากมาก

ชัยภูมิ



ขนมดอกจอก
ดอกจอก เดิมคือวัชพืชประเภทจอกและแหนที่เกิดตามห้วยหนองคลองบึง ซึ่งใบของดอกนั้นจะอัดเรียงกันสวยงาม มีกลุ่มชาวบ้านได้แนวคิดทำขนมในรูปแบบของดอกจอก ทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล กะทิ เนย มีคุณค่าทางอาหารคือโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ดอกจอกถือว่าเป็นขนมไทยดั้งเดิมชนิดหนึ่งเหมือนกัน

นครพนม



ขนมเทียนแก้ว
ขนมเทียนมีอีกชื่อหนึ่งว่าขนมนมสาว ทางภาคเหนือเรียก ขนมจ็อก ซึ่งเป็นขนมที่นิยมใช้ในงานบุญของชาวเชียงใหม่โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ แต่เดิมมีไส้มะพร้าวและไส้ถั่วเขียว แต่ในปัจจุบันมีการดัดแปลงไส้ขนมจ็อกออกไปหลากหลายมาก ชาวจีนใช้ขนมเทียนในการไหว้บรรพบุรุษช่วงวันตรุษและวันสารท ไส้เป็นถั่วเขียวกวนบด ถ้าแบบเค็มจะใส่พริกไทยและเกลือ แบบหวานใส่มะพร้าวและน้ำตาลลงไปเพิ่ม ถ้าตัวแป้งทำด้วยแป้งถั่วเรียกขนมเทียนแก้ว ในพิธีกรรมของชาวชอง (ชาวชองคือชนเผ่าพื้นเมืองทางจังหวัดจันทบุรีและระยอง มีภาษาและวัฒนธรรมของตนเอง) จะใช้ขนมเทียนในพิธีไหว้ผีหิ้งด้วย

นครราชสีมา



ข้าวตังหมูหยอง
ข้าวตังหมูหยอง ได้รับความนิยมจากผู้บริโภครสชาติที่อร่อย ข้าวตังที่หอมซึ่งผลิตจากข้าวหอมมะลิชั้นดีโรยหน้าด้วยหมูหยองเป็นที่ถูกปากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีการส่งเป็นสินค้าไปยังต่างประเทศด้วย มีคุณค่าทางอาหารเช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ธาตุเหล็ก

บึงกาฬ


ขนมลูกหยียักษ์
เป็นลูกหยีที่มีขนาดใหญ่ของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 77 ของไทย
บุรีรัมย์


บุหงากระยาสารท
บุหงากระยาสารท เป็นขนมที่ทำด้วยงาและข้าวเม่าข้าวตอก กวนกับน้ำตาล แต่เดิมนิยมทำกันเฉพาะในเทศกาลเดือนสิบ ต่อมาลูกค้ามาสั่งซื้อเป็นของฝากตลอดทั้งปี จึงได้ทำขายอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีจำหน่ายทั่วไปในจังหวัดบุรีรัมย์

มหาสารคาม



กะหรี่ปั๊ปไส้มันแกว
ขนมกระหรี่ปั๊ป เป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคามและเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป เนื่องจากไส้ทำด้วยมันแกวขูดเป็นฝอย รสชาติ หวาน หอม น่ารับประทาน และเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ทำกระหรี่ปั๊ปไส้มันแกว

มุกดาหาร



ข้าวเกรียบ
ในจังหวัดมุกดาหารข้าวเกรียบนั้นยังมีแบบสมุนไพรอีกด้วย

ยโสธร



ขนมเปี๊ยะ
ขนมเปียะ จังหวัดยโสธร เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่นิยมซื้อกลับมาเป็นของฝาก เนื่องจากรสชาติของขนมทั้งไส้และแป้ง หอมหวาน อร่อย คุณค่าทางอาหารก็มีครบทั้ง 5 หมู่ เป็นที่ยอมรับของผู้ที่แวะเวียนมาจังหวัดยโสธร

ร้อยเอ็ด



นางเล็ด
ขนมนางเล็ด เป็นขนมที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จำหน่ายเพื่อเป็นรายได้เสริมของครอบครัว มีส่วนผสมข้าวเหนียวตากแห้ง น้ำกะทิ น้ำแตงโม น้ำตาลเป็นหลัก คุณค่าทางอาหารให้พลังงานแก่ร่างกาย

เลย



กล้วยสุกทอด
พื้นที่ริมแม่น้ำโขงแถบ อ. เชียงคาน และ อ. ปากชม จ. เลย เป็นแหล่งปลูกกล้วยแหล่งใหญ่ สินค้าแปรรูปที่ทำจากกล้วยจึงเป็นสินค้าพื้นเมืองของที่นี่

สกลนคร



กล้วยตากแผ่น
กล้วยตากแผ่น เป็นการแปรรูปกล้วยน้ำหว้าให้เก็บไว้ได้นาน ระยะแรกทำเป็นกล้วยตากธรรมดาแต่ไม่เป็นที่นิยม จึงทดลองทำกล้วยตากแผ่นจนเป็นที่นิยมของลูกค้าและได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เรื่อยมา โดยแปรรูปเป็นกล้วยตากแผ่นแบบบางและหนา กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยกวน กล้วยทอด มีคุณค่าทางอาหารคือ ให้วิตามิน A, B และ C

สุรินทร์



กาละแม ศรีขรภูมิ
กาละแม เป็นขนมไทยที่ใช้ในงานมงคล งานแต่งงานใช้ในขบวนแห่ขันหมาก เป็นของฝากที่เหมาะมอบให้กับคนรัก หรือผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือ เป็นขนมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้ทำติดต่อกันมาร่วม 40 ปี และปัจจุบันถือว่าเป็นของฝากประจำจังหวัดสุรินทร์


ศรีษะเกษ



ขนมกลีบลำดวน
ดอกลำดวนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดศรีษะเกษ และขนมดอกลำดวนเป็นขนมที่รูปร่างเหมือนดอกลำดวน จึงมีการนำขนมนี้ออกมาเป็นของฝาก ของศรีษะเกษ

หนองคาย



ขนมจอก
หรือ “ตือคาโค” ขนมโบราณกรอบๆ เค็มๆมันๆ หาทานไม่ง่ายนักในปัจจุบัน ทานเป็นอาหารเช้า หรือ ของทานเล่นเพลินๆ

หนองบัวลำภู



กล้วยอบเนย
ชาวบ้านจังหวัดหนองบัวลำภูได้นำกล้วยมาแปรรูปเป็นกล้วยอบเนย จนเป็นสินค้าของฝากของชุมชน

อำนาจเจริญ



ทองพับ
ทองพับ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาและคิดค้นกรรมวิธีการผลิตและคุณภาพ จากกลุ่มราษฎรในจังหวัด โดยทดลองปรับปรุงสูตรทำขนมจากเดิม ให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคของคนในท้องถิ่น ปัจจุบันขนมทองพับเป็นที่นิยมของคนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดใกล้เคียง

อุดรธานี



มะพร้าวแก้ว
มะพร้าวแก้ว เป็นขนมที่นิยมทำกินกันในครอบครัวและทำกันในช่วงเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนา ส่วนประกอบและวิธีการทำไม่ยุ่งยากมีเพียงมะพร้าวและน้ำตาล คนทั่วไปนิยมซื้อเป็นของฝาก ต่อมามีการเพิ่มรูปแบบให้มากขึ้นเช่น ทำเป็นแผ่น เป็นเส้น ผสมสีต่างๆ เพื่อให้ดูน่ารับประทาน

อุบลราชธานี



ข้าวเกรียบสมุนไพรต่างๆ
ขนมข้าวเกรียบมันเทศ, ฟักทอง, กล้วย เป็นอาหารแปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร แล้วนำมาแต่งกลิ่นสมุนไพร เช่นใบกระเพรา มีคุณค่าทางอาหารให้โปรตีนคาร์โบไฮเดรตสูง ไม่มีสารปรุงรสอื่นที่เป็นอันตราย บรรจุถุงจำหน่ายแบบข้าวเกรียบดิบ หรือนำไปทอดจนสุกแล้วบรรจุจำหน่ายแบบข้าวเกรียบทอด มีการผลิตเพื่อการส่งออกอย่างกว้างขวาง

อ้างอิง
www.amphoe.com
www.thaitambon.com
www.dek-d.com
www.bloggang.com
www.khonkaentoday.com
thaiofficedrama.wordpress.com
www.oknation.net
th.wikipedia.org
fwmail.teenee.com
www.nairobroo.com
www.sakon-nakhon.com
www.taradnoi.com
http://www.hflight.net
www.shop.stpbakery.com
http://www.komchadluek.net

หนังสือเที่ยวไป ช้อปไป ช้อปของดี 76 จังหวัดกับ มผช.


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Fri May 06, 2011 2:02 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Wed May 12, 2010 9:13 pm

ง่ะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพี่วอเอามาแค่15จังหวัดเองอะ>A<;;

อร๊าง ข้าวเกรียบน่ากิน >w<


แก้ไขล่าสุดโดย *!!~AlFeiLai~!!* เมื่อ Wed May 12, 2010 9:14 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : พิมพ์ตกไปหน่อย)

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขนมไทยภาคตะวันออก

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu May 13, 2010 4:38 pm

จันทบุรี



ทุเรียนทอดกรอบ
ทุเรียนเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี และที่จังหวัดจันทบุรีมีการปลูกทุเรียนมากมายและมีการนำมาแปรรูปเป็นทุเรียนทอดกรอบ

ฉะเชิงเทรา



ขนมชั้น
เป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ในงานพิธีมงคล โดยมีความเชื่อว่าจะต้องหยอดขนมให้ได้ 9 ชั้น จึงจะเป็นสิริมงคลเจริญก้าวหน้าแก่เจ้าภาพ

ชลบุรี



ข้าวหลามหนองมน
กว่าที่ข้าวหลามหนองมน จะโด่งดังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวนั้น แรกเริ่มเดิมทีชาวบ้านหนองมนมีอาชีพทำนา เมื่อหมดหน้านาก็จะทำข้าวหลามเป็นของหวานกินกันตามอัตภาพ โดยจะนำข้าวเหนียวไปแลกกับน้ำตาลและมะพร้าวจากหมู่บ้านอื่น ส่วนไม้ไผ่ป่าก็หาตัดกันเองบนเขาบ่อยาง เมื่อมีงานประจำปีที่ศาลเจ้าหลังหนองมน จึงเกิดมีการค้าขายขึ้น พ่อค้าแม่ค้าส่วนจะขายข้าวหลาม ควบไปกับการขายอ้อยควั่นและถั่วคั่ว โดยในยุคนั้นมีขายกันเพียงไม่กี่เจ้า จนเมื่อมีการตัดถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ทำให้มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาเที่ยวบางแสนมากขึ้น เกิดร้านค้ามากมายเรียงยาวตามเส้นทางสายสุขุมวิท ต.แสนสุข จ.ชลบุรี ที่ไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะลงไปซื้อข้าวหลามติดไม้ติดมือกลับบ้าน ซึ่งปัจจุบันข้าวหลามหนองมนผ่านยุคผ่านสมัยมาเป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว

ตราด



ขนมน้ำตาลชักหรือตังเม
ขนมน้ำตาลชักหรือตังเม เป็นขนมชนิดหนึ่งทำจากน้ำตาลหรือน้ำอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียววิธีการทำขนมน้ำตาลชักหรือตังเมมีขั้นตอนที่สำคัญ 2 ขั้นตอนคือ การเคี่ยวน้ำตาลและการชักน้ำตาลหรือตีนวลซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ รสชาติหวาน หอม กรอบ สามารถเก็บไว้ได้นาน

ปราจีนบุรี



ขนมเขียว
ขนมเขียว เป็นขนมพื้นบ้านของจังหวัดปราจีนบุรี ต้นกำเนิดอยู่ที่อำเภอนาดี เป็นขนมลูกผสมระหว่างข้าวเกรียบปากหม้อกับขนมถั่วแปบ เปลือกที่ใช้ห่อข้างนอกใช้แป้งข้าวเจ้าที่เป็นแป้งโม่ โดยผสมข้าวเจ้าแข็ง น้ำปูนใส ใบเตยสับนำไปโม่ด้วยเครื่องโม่จนได้น้ำแป้งสีเขียว นำไปผสมกับแป้งข้าวเจ้าชนิดและแป้งมัน นำไปละเลงบนผ้าขาวบางที่คลุมอยู่บนปากหม้อที่ตั้งน้ำไว้จนเดือด พอสุกแคะใส่จาน ตักไส้ที่ประกอบด้วยถั่วเหลือง มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย และเกลือ พับครึ่ง ตักใส่จาน ขนมนี้ต่างจากข้าวเกรียบปากหม้อที่ไม่ต้องกินกับผัก และไม่ต้องกินกับน้ำตาลทรายโรยเกลือเหมือนขนมถั่วแปบ

ระยอง



สับปะรดกวน
ระยอง เป็นจังหวัดที่มีสับปะรดหลากหลายชนิด และมีปริมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สับปะรดมีการปลูกมากถึง 93,450 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 5,600 กก./ไร่ เมื่อจังหวัดระยองมีสับปะรดมากจึงมีการนำสับปะรดมากวนเป็นขนมของฝากขาย

สระแก้ว



ทองม้วนชาววัง
ทองม้วนชาววัง เป็นขนมขบเคี้ยวที่เกิดจากการรวมตัวของสตรี " กลุ่มแม่บ้านนิคมทหาร " เพื่อเสริมอาชีพหลักหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร มีคุณค่าทางอาหารให้พลังงานและคาร์โบไฮเดรต

อ้างอิง

www.ubmthai.com
th.wikipedia.org
www.dek-d.com
www.moohin.com
www.pramool.com
student.psu.ac.th
school.obec.go.th
www.horapa.com
www.bloggang.com
kanchanapisek.or.th

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Thu May 13, 2010 7:24 pm

ทุเรียนทอดกรอบน่ากิน อร่อยๆ XD (จะอ้วนแล้วT^T)

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขนมไทยภาคตะวันตก

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri May 14, 2010 4:54 pm

ภาคตะวันตก
กาญจนบุรี



ขนมทองโย๊ะ
ขนมทองโย๊ะ เป็นชื่อของขนมกะเหรี่ยงชนิด ทำมาจากข้าวเหนียวผสมกับงาที่นิ่มแล้วนำไปตำจนแหลก ปั้นเป็นแผ่นแล้วหั่นเป็นท่อนๆพอดีคำจากนั้นจึงนำไปทอด จิ้มกินกับนมข้นหวานหรือน้ำผึ้งกรอบนอก นุ่มและเหนียวหนึบด้านใน หอมกลิ่นงา หวานจางๆอมเค็มน้อยๆ ในตัวเนื้อขนมซึ่งหากรู้สึกว่ายังไม่หวานได้ใจพอล่ะก็สามารถนำขนมจิ้มนมข้นหวานเพิ่มเติมเสริมความอร่อยได้

ตาก



เส่งเผ่และฮาละหว่า
เป็นชื่อของขนมหวานที่มาจากประเทศพม่า “เส่งเผ่” มีลักษณะคล้ายขนมข้าวเหนียวแดง ที่ทำจากข้าวเหนียว น้ำอ้อย กะทิ ต่างกันตรงหน้าเส่งเผ่จะราดด้วยหัวกะทิแล้วปิ้ง หรือ อบหน้าจนเกรียม รสชาติหวานมัน ส่วน “ฮาละหว่า” ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย กะทิ เมล็ดสาคูเล็ก หน้าขนมทำเช่นเดียวกับเส่งเผ่ มีรสชาติหวานมัน แม่ค้าจะทำขนมนี้บรรจุในถาดกลม และตัดขายเป็นชิ้นเล็ก ๆ มีขายในตลาดสดเทศบาล อำเภอแม่สอด

ประจวบคิรีขันธ์



ขนมเปี๊ยะปิ้งไส้ปลา



เป็นของฝากที่ใหม่ของเมืองหัวหิน

เพชรบุรี



หม้อแกง
ขนมหม้อแกงเมืองเพชรบุรีมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.4 ครั้ง ที่เสด็จประทับ ณ พระนครคีรี จ.เพชรบุรี พัฒนาจนขนมหม้อแกงกลมกลืนกลายเป็นวิถีชีวิต และเป็นเอกลักษณ์ของ ชาวเพชรบุรีไปในที่สุด ดังนั้นงานพิธีมงคลไม่ว่า งานมงคลสมรส งานบวชนาค งานพิธีขึ้นบ้านใหม่ ขนมหม้อแกง จะเป็นหนึ่งในอาหารคาวหวานมาโดยตลอด ขนมหม้อแกงเมืองเพชรถือว่า หวาน หอม กลมกล่อม และอร่อยที่สุด ส่วนผสมนอกจากไข่สดๆ (ไข่ขาว) หัวกะทิที่เข้มข้น เผือก หรือเมล็ดบัว แล้วยังมีน้ำตาลโตนด ซึ่งผลิตขึ้นในจังหวัดเพชรบุรีเอง ซึ่งถือว่าเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ขนมหม้อแกงเมืองเพชรมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น เมื่อผ่านจังหวัดเพชรบุรีแวะชม หรือซื้อขนมหม้อแกงได้ทุกร้าน อาทิ เช่น ร้านแม่สมาน แม่กิมลั้ง แม่กิมไล้ แม่ละเมียด แม่บุญล้น แม่กิมลุ้ย แม่บุญสม แม่สงวน แม่ปิ่น พ่อเข่ง ชิดชนก และนันทวรรณ เป็นต้น

ราชบุรี



ติ๋มเค้กมะพร้าวอ่อน
เป็นขนมของฝากที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2523

อ้างอิง
www.oceansmile.com
www.thaitambon.com
www.prachuppost.com
www.timcoconutcake.com
http://learners.in.th/
http://jojoe.freetzi.com
www.edtguide.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Fri May 14, 2010 8:12 pm

ขนมทองโย๊ะ เพิ่งเคยได้ยินอ่า=[ ]=
ขนมเปี๊ยะน่ากิน

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by Hiyura on Fri May 14, 2010 8:44 pm

ขนมสาลี่น่ากินจัง

Hiyura
F Class
F Class

จำนวนข้อความ: 10
คะแนน: 20
คะแนนชื่อเสียง: 2
Join date: 11/05/2010
Age: 18
ที่อยู่: 12/131 ม.1 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120

ดูข้อมูลส่วนตัว http://my.dek-d.com/kayka/

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขนมไทยภาคเหนือ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat May 15, 2010 2:35 pm

เชียงราย



ข้าวเกรียบสับปะรดนางแล
ข้าวเกรียบสับปะรด เนื่องจากประชาชนประกอบอาชีพทำสวนสับปะรดพันธุ์นางแลจึงได้มีความคิดทำสับปะรดพันธุ์นางแลที่มีอยู่มาทำเป็นข้าวเกรียบเพื่อส่งเสริมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

เชียงใหม่



ขนมจ๊อก
อาหารหวานของทางภาคเหนือ และถือเป็นของหวานที่เป็นขนมยอดนิยม ทำกันทุกบ้านในเวลาเทศกาลโดยเฉพาะ สงกรานต์ หรือเทศกาลเข้าพรรษา เดือนยี่เป็ง เวลาไปทำบุญที่วัด เราจะพบเห็นขนมพื้นบ้านที่ทุกบ้านจะนิยมทำ คือ "ขนมจ๊อก" คำว่า "จ๊อก" เป็นคำกริยาที่หมายถึง การทำสิ่งของ
ให้มีลักษณะเป็นคล้ายๆ กระจุก มียอดแหลม คือ การห่อขนมเทียนของทางภาค กลางนั่นเอง ขนมจ๊อกของภาคเหนือดั้งเดิมนิยมทำไส้หวานจากมะพร้าวเท่านั้น ไม่นิยมทำไส้ถั่วหรือไส้เค็มเลย อาหารหวานของทางภาคเหนือ และถือเป็นของหวานที่เป็นขนมยอดนิยม ทำกันทุกบ้านในเวลาเทศกาลโดยเฉพาะ สงกรานต์ หรือเทศกาลเข้าพรรษา เดือนยี่เป็ง เวลาไปทำบุญที่วัด เราจะพบเห็นขนมพื้นบ้านที่ทุกบ้านจะนิยมทำ คือ "ขนมจ๊อก" คำว่า "จ๊อก" เป็นคำกริยาที่หมายถึง การทำสิ่งของให้มีลักษณะเป็นคล้ายๆ กระจุก มียอดแหลม คือ การห่อขนมเทียนของทางภาค กลางนั่นเอง ขนมจ๊อกของภาคเหนือดั้งเดิมนิยมทำไส้หวานจากมะพร้าวเท่านั้น ไม่นิยมทำไส้ถั่วหรือไส้เค็มเลย

น่าน



ข้าวแต๋นสมุนไพร
ข้าวแต๋นสมุนไพร กลุ่มชาวบ้านได้รวบรวมเอาบุคลากรรุ่นหลาน เหลน เข้ามาร่วมกันผลิตข้าวแตน เพื่อให้เป็นสินค้าของชุมชนที่จะร่วมกันรักษาไว้ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของพรรพบุรุษ ซึ่งข้าวแตนมีชื่อเสียงในด้านความอร่อย กรอบ หวาน สามารถเป็นของฝากและของที่ระลึกของจังหวัดน่าน

พะเยา



ขนมปาด
ขนมปาดซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของชาวไทลื้อ ออกจำหน่ายได้ดี แต่มีปัญหา ไม่สามารถเก็บ ไว้ได้นาน ขนมปาดทำมาจากแป้งข้าวจ้าวกวนกับน้ำอ้อย โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดผสมเกลือ

แพร่



ขนมสามเกลอสูตรแพร่
ขนมพื้นถิ่นของแพร่ ที่รู้จักกันเฉพาะในหมู่คนแก่ เด็ก รุ่นใหม่ ๆ 90% ไม่เคยกินและไม่เคยรู้จัก มีเด็กเพียง 10% ที่เคยกิน นั่นเพราะที่บ้านมีคุณย่า คุณยาย คอยทำให้กิน แต่ ทั้ง 100% ไม่มีใครรู้ว่า ขนมชนิดนั้น มีความเป็นมาอย่างไร กว่าจะมาเป็นขนมชิ้นนั้น

แม่ฮ่องสอน



ขนมงา
ขนมงา เดิมชาวแม่ฮ่องสอนทำขนมงาในฤดูหนาวช่วงเดือนธันวาคม - มกราคม เป็นช่วงที่มีการทำน้ำอ้อยเพื่อเก็บไว้ได้ตลอดทั้งปี โดยนำมากวนในน้ำอ้อย เรียกว่า งาโหย่า ต่อมาได้นำงามาปรับปรุงวิธีการผลิตทั้งส่วนผสม รสชาติ และลักษณะ รูปร่าง ให้ได้รสชาติที่คนส่วนใหญ่นิยม

ลำปาง



ข้าวแต๋น
ข้าวแต๋น เป็นขนมพื้นบ้านของจังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงมากเนื่องจากมีรูปแบบและขนาดต่างจากข้าวแต๋นท้องที่อื่นๆ มีรูปแบบหลากหลายและมีรสชาติทั้งน้ำอ้อยและแบบดั้งเดิม รสหมูหยอง สมุนไพรและรสน้ำอ้อยผสมงาขาว ปัจจุบันข้าวแต๋นมีชื่อเสียงโด่งดังมีจำหน่ายทั่วทุกภาค

ลำพูน



เค้กลำไย
ลำไยเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดลำพูน จึงมีการนำลำไยมาทำเป็นเค้กลำไย

อุตรดิตถ์



ขนมเทียนเสวย
ขนมเทียนเสวย มีส่วนผสมประกอบด้วย แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทราย มะพร้าว และงาคั่ว อบให้หอมด้วยเทียนอบดอกมะลิและกระดังงา เป็นขนมที่ไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของคนไทยนั้นสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sun Sep 26, 2010 8:37 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Sat May 15, 2010 8:04 pm

ในนี้เคยกินแต่ข้าวแต๋นอะ แฮะๆ อย่างอื่นๆไม่เคยๆ(-- )( --)(-- )

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขนมไทยภาคใต้

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat May 15, 2010 10:46 pm

กระบี่



คุกกี้เม็ดมะม่วงหิมพานต์
คุกกี้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เกิดจากการแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ที่มีมากในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารมากมาย รสชาติ หอม หวาน มัน โดยชาวบ้านได้จัดทำเพื่อจำหน่ายเป็นของฝากของจังหวัดกระบี่

ชุมพร



กล้วยหิมพานต์
กล้วยหิมพานต์ เป็นขนมแปรรูปมาจากกล้วยเล็บมือนางและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่มีมากในจังหวัดชุมพร มีคุณค่าทางโภชนาการของผลไม้ดีกว่าแป้งและน้ำตาล รสชาติ หอม มัน กรอบ นิยมซื้อเป็นของฝาก

ตรัง



ขนมเค้กเมืองตรัง
เป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดตรัง ไม่มีแต่งหน้าครีม ที่สำคัญคือ จะมีรูอยู่ตรงกลาง คล้ายโดนัทขนาดใหญ่ เป็นที่นิยมกระทั่งปัจจุบันกลายเป็นสินค้าโอท็อปที่มีการซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากกันอย่างแพร่หลาย ขนมเค้กเมืองตรังนั้นมีประวัติความเป็นมาและมีสูตรการผลิตที่ตกทอดมานานกว่า 80 ปี ถือกําเนิดหรือผลิตแห่งแรกภายในชุมชนเล็กๆ ตําบลลําภูรา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ถ้าสืบค้นกลับไปถึงที่มาของ "ขนมเค้กเมืองตรัง" จะพบว่า ขนมเค้กเมืองตรังนั้นพัฒนามาจากขนมไข่ของหมู่คนจีนทั่วๆ ไปตามหัวเมืองต่างๆ ที่คนจีนไหหลำอพยพมาตั้งรกราก คนตรังยุคแรก เรียกว่า "ขนมไข่ไก่" นิยมใส่ขันหมากไปขอภรรยา เพียงแต่หมู่คนจีนเมืองตรังคิดรูปแบบขนมไข่ไก่ใหม่ แทนที่จะเป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ เท่ากำปั้นเด็ก ห่อกระดาษแก้ว กระดาษฟางใส ห่อละสามสี่ก้อน ก็พัฒนามาเป็นรูปแบบเค้กวันเกิด บรรจุกล่องสี่เหลี่ยม ต่างกันตรงมีตรา มียี่ห้อที่กล่อง และแต่งหน้าด้วยลูกเกด เติมกลิ่นปรุงแต่งหลายรสชาติ จุดกำเนิดของการผลิตขนมเค้ก เพื่อเป็นของกินคู่กับกาแฟ ซึ่งชาวจีนไหหลำเรียกว่า "ขนมเก็ก" และพัฒนาต่อมาเป็นลำดับ โดยสูตรในการทำขนมเค้กทั้งหมด ยังคงส่วนประกอบหลักของขนมไข่ของคนจีนทั่วๆ ไป เมืองตรังมีการรวมตัวกันพัฒนาขนมเค้กในนาม "ชมรมขนมเค้กจังหวัดตรัง" โดยมีนายยี่เค้ง วงศ์สัมพันธ์ เจ้าของร้านเค้กรสเลิศ เป็นประธานชมรม มีการเผยแพร่และจัดสอนแก่ผู้ผลิตรายย่อยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เค้กตรังมีรสชาติ คุณภาพ และมาตรฐานที่เหมือนกัน ปัจจุบันจังหวัดตรังจึงมีการทำขนมเค้ก เป็นกิจการในครัวเรือนที่มีการผลิตกันอย่างแพร่หลาย จำนวน 81 ราย มีรสต่างๆ หลากหลาย เช่น รสกาแฟ ใบเตย เค้กสามรส เค้กสี่รส เค้กนมสด เค้กมะพร้าว เค้กเผือก เค้กส้ม เค้กชาเขียว เค้กขนุน เค้กลิ้นจี่ เค้กเนย เค้กพุทรา เค้กผลไม้ เค้กงาดำ เค้กอบกรอบ ฯลฯ ขนมเค้กเมืองตรัง จึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ เป็นของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ กระทั่งทางจังหวัดและภาคเอกชนหันมาให้ความสนใจจึงริเริ่มให้มีการจัดงาน "เทศกาลขนมเค้ก" ปี พ.ศ.2534

นครศรีธรรมราช



ขนมลา
ขนมลา เป็นขนมหวานพื้นบ้านของทางภาคใต้ ของประเทศไทย ซึ่งทำมาจากแป้งข้าวเจ้า เป็นขนมสำคัญหนึ่งในห้าชนิดที่ใช้สำหรับจัดหฺมฺรับเพื่อนำไป ถวายพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ชาวนครศรีธรรมราชปรุงขนมลาขึ้นเพื่อเป็นเสมือนแพรพรรณเสื้อผ้า ปัจจุบันขนมลามีจำหน่ายตลอด ทั้งปี ไม่ปรุงเฉพาะในเทศกาลอย่างที่เคยปฏิบัติมา ขนมลามี 2 ชนิดคือลาเช็ดและลากรอบ ขนมลาเช็ดจะใช้น้ำมันน้อย โรยแป้งให้หนา เมื่อสุกพับเป็นครึ่งวงกลม รูปร่างเหมือนแห ลากรอบ นำลาเช็ดมาโรยน้ำตาลแล้วนำไปตากแดด ในปัจจุบันมีการทำลากรอบแบบใหม่ โดยเพิ่มแป้งข้าวเจ้าให้มากขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น เมื่อแป้งสุกแล้วม้วนเป็นแท่งกลม พักไว้จนเย็นจึงดึงไม้ออก

นราธิวาส



ข้าวเกรียบปลาสด (กะโป๊ะ)
ข้าวเกรียบปลาสด ทำจากปลาทุกชนิดที่ใช้ทำเป็นลูกชิ้นปลานำมาทำข้าวเกรียบปลาได้ ซึ่งมีวิธีการผลิตใช้เทคนิคและวิธีการด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านและเป็นการถนอมอาหารสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน ข้าวเกรียบปลาสดนิยมนำมารับประทานเป็นอาหารว่างหรือกับแกล้ม แต่ผู้รับประทานมักเข้าใจผิดว่าข้าวเกรียบปลาคงจะมีกลิ่นคาวหรืออร่อยไม่เท่าข้าวเกรียบกุ้ง ชาวบ้านจึงได้พัฒนารสชาติให้ดียิ่งขึ้น

ปัตตานี



ขนมลูกหยี
ขนมลูกหยี ประกอบด้วย ลูกหยี เกลือ น้ำตาลทราย พริก มีรสชาติเปรี้ยว คนในท้องถิ่นได้คิดค้นสูตรในการทำลูกหยีฉาบ ลูกหยีกวน ลูกหยีทรงเครื่อง ได้รสชาติเป็นที่ติดใจของลูกค้าเป็นการหารายได้จุนเจือครอบครัวอีกด้วย

พังงา



ขนมเต้าสอ
ขนมเต้าส้อ เป็นขนมพื้นเมืองที่ชาวพังงาทำมานาน มีไส้ให้เลือกรับประทานหลายชนิด เช่น ไส้เค็ม ไส้หวาน ไส้ถั่วแดง เอกลักษณ์ในรสชาติความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งมีคุณค่าทางอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรต

พัทลุง



ขนมก้านบัว
เป็นขนมพื้นเมืองของจังหวัดพัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง

ภูเก็ต



ขนมอาโป๊ง
อาโป๊ง เป็นขนมพื้นเมืองที่ชาวภูเก็ตนิยมทานกับน้ำชาตอนเช้า วิธีการทำอาโป๊ง ก็เริ่มตั้งแต่การเตรียมส่วนประกอบต่างๆ ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า ไข่ไก่(เอาแต่ไข่แดง) น้ำตาลทราย น้ำกะทิ น้ำ และยีสต์ โดยนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกัน เวลาทำให้ราดบนกระทะหลุมใบเล็ก กลิ้งน้ำแป้งให้เป็นแผ่นวงกลม แล้วปิดฝา ตั้งเอาไว้บนอั้งโล่สักพัก ควบคุมไฟอย่างให้ร้อนจนเกินไป หมั่นเปิดฝาดู พอสุกเหลืองให้ลอกออกม้วนตั้งทิ้งไว้ ความอร่อยอยู่บนความบางกรอบของเนื้อขนมแต่ตรงกลางหนานุ่ม

ยะลา



กล้วยหินฉาบ
กล้วยหินฉาบ จะมีคุณลักษณะเฉพาะที่มีความแข็งกว่ากล้วยชนิดอื่น ทำให้เก็บรักษาไว้ได้นาน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จึงได้รวมตัวกันทำการแปรรูปกล้วยหินเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กล้วยหินฉาบเค็ม กล้วยหินฉาบหวาน และอื่นๆ ออกวางจำหน่ายจนได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป จนปัจจุบันถือว่ากล้วยฉาบหินเป็นของฝากจังหวัดยะลา

ระนอง



ซาลาเปาทับหลี
ซาลาเปาทับหลี เป็นชื่อแฟรนไชส์ซาลาเปา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสินค้าจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของ บ้านทับหลี ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ซาลาเปาทับหลี เป็นชื่อแฟรนไชส์ซในปี 2495 ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในตลาดท่าข้าม ร้านค้าของนายยกกว้างถูกไฟไหม้หมดเนื้อหมดตัว จึงเดินทางกลับบ้านมาอาศัยอยู่กับครอบครัวดั้งเดิมและเริ่มทำซาลาเปาขายช่วยเหลือครอบครัว ได้ถ่ายทอดวิธีทำซาลาเปา ให้นายไฮ้กว้าง และ นาย ฮ่อกว้าง ฮั่นบุญศรี น้องชาย ได้ดำเนินกิจการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยคุณนิตยา ฮั่นบุญศรี ลูกสาวของนายฮ่อกว้าง ฮั่นบุญศรี เป็นผู้ดำเนินกิจการต่อ นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบ้านทับหลี ที่ได้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นระยะเวลากว่า 50 ปี และได้ถ่ายทอดไปยังคนในหมู่บ้าน ทำให้ปัจจุบันสองข้างทางถนนในหมู่บ้านจะมีร้านจำหน่ายซาลาเปาทับหลี สองข้างถนน กว่า 1 กม. จำนวน 48 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านมีคุณภาพ รสชาติใกล้เคียงกัน
ซาลาเปา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสินค้าจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของ บ้านทับหลี ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง

สงขลา



ขนมบอก
เป็นขนมพื้นเมืองของจังหวัดสงขลา ไม่พบในจังหวัดอื่น มีเฉพาะที่สงขลาเท่านั้น ปัจจุบันหาทานกันได้ยาก

สตูล



บุหงาบูดะ
คำว่า บุหงา เป็นภาษามาเลย์ แปลว่าดอกไม้ เป็นขนมพื้นเมืองของอำเภอละงู ขนมบุหงาบูด๊ะมักนิยมใช้กันเยี่ยมญาติ ในวันสำคัญๆ ทางศาสนาอิสลาม และงานต่างๆ ในจังหวัดสตูล เช่น วันฮารีรายอ งานบุญต่างๆ เป็นต้น

สุราษฎร์ธานี



ขนมจั้ง
นิยมทำกันมากในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยข้าวเหนียว น้ำ และน้ำด่าง โดยนำข้าวเหนียวแช่น้ำด่างประมาณ 3-5 ชั่วโมง จากนั้นนำข้าวเหนียวมาห่อด้วยใบไผ่แนะ แล้วนำจั้งไปต้มจนกว่าจะสุก รับประทานกับน้ำเชื่อม หรือน้ำกะทิก็ได้

อ้างอิง
www.dek-d.com
www.trangzone.com
th.wikippedia.org
www.tourthai.com
www.oknation.net
www.kumpangcity.go.th
www.travel.siamhits.com
rattanabakery.wordpress.com
www.212cafe.com
www.thaitambon.com
www.bcc.ac.th
kangaroolife.diaryclub.com
cs.udru.ac.th
yutphuket.wordpress.com
kanchanapisek.or.th
www.home1click.com
www.tat.or.th
phuendernthang.9nha.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Tue Apr 26, 2011 2:15 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ประวัติศาสตร์ 77 จังหวัดทั่วไทย

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Sun May 16, 2010 8:59 am

ขนมลาเคยกินอะ อร่อยดี
คุกกี้เม็ดมะม่วงหิมพานต์น่ากินๆ>0<

*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ: 265
คะแนน: 299
คะแนนชื่อเสียง: 21
Join date: 28/03/2010
Age: 18
ที่อยู่: ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

ดอกไม้ไทยภาคกลาง

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sun May 16, 2010 2:41 pm

กรุงเทพมหานคร-ไม่มี

กำแพงเพชร-พิกุล



เป็นดอกไม้ที่มีประวัติไม่มากนัก
ดอกไม้ประจำจังหวัด : กำแพงเพชร, ยะลา, ลพบุรี
ชื่อสามัญ : Bullet Wood, Spanish Cherry
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mimusops elengi Linn.
วงศ์ : SAPOTACEAE
ชื่ออื่น : กุน (ภาคใต้), แก้ว (ภาคเหนือ), ซางดง (ลำปาง), พิกุลป่า (สตูล), พิกุลเขา พิกุลเถื่อน (นครศรีธรรมราช), พิกุล (ทั่วไป)
ลักษณะทั่วไป : พิกุลเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 8–15 เมตร เป็นพุ่มทรงกลมใบออกเรียงสลับกันใบมนรูปไข่ปลายแหลม ลักษณะโคนใบมน สอบขอบใบโค้งเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบเป็นมันสีเขียว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกเป็นกระจุกตามง่ามใบหรือยอด มีกลีบดอกประมาณ 8 กลีบ เรียงซ้อนกัน กลีบดอกเป็นจักรเล็กน้อย สีขาวนวลมีกลิ่นหอมมาก ผลรูปไข่หรือกลมรีผลแก่มีสีแสด เนื้อในเหลืองรสหวาน ภายในมีเมล็ดเดียว
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง
สภาพที่เหมาะสม : ดินทุกชนิด แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : อินเดีย, พม่า และมาเลเซีย

ชัยนาท-ชัยพฤกษ์



ชัยพฤกษ์ เป็นไม้มงคล ตามชื่อ หมายถึงต้นไม้แห่งชัยชนะ ใบใช้ประดิษฐ์เป็นพวงมาลัยสวมศีรษะ เพื่อเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ แก่กวีและนักดนตรีในสมัยโบราณ สำหรับของไทย ช่อชัยพฤกษ์ประดับเป็นมงคลหลายที่ เช่น บนอินทรธนูข้าราชการ และประดับประกอบดาวบนอินทรธนูและหมวกของทหารและตำรวจทั้งหลาย
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ชัยนาท
ชื่อสามัญ : Javanese Cassia, Rainbow Shower
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia javanica L.
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ชื่ออื่น : ขี้เหล็กยะวา
ลักษณะทั่วไป : ลำต้นสูง 15–25 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบประกอบขนนก รูปไข่แกมรูปรี ใต้ใบมีขน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มี 5 กลีบ สีชมพู โคนคอดเป็นก้านดอกจำนวนมากออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ดินทราย ชอบแสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : อินโดนีเซีย และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประโยชน์ : เนื้อในฝักเป็นยาระบายอ่อน ๆ ปลูกประดับดอกสวยงาม

นครนายก-สุพรรณนิการ์ (ฝ้ายคำ)





สุพรรณิการ์ หรือ ฝ้ายคำเป็นไม้ผลัดใบ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ดอกไม้ประจำจังหวัด : นครนายก, บุรีรัมย์ , สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี
ชื่อสามัญ : Yellow Cotton Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cochlospermum regium (Mart. & Schrank) Pilg.
วงศ์ : BIXACEAE (COCHLOSPERMACEAE)
ชื่ออื่น : ฝ้ายคำ (ภาคเหนือ), สุพรรณิการ์ (ภาคกลาง)
ลักษณะทั่วไป : ต้นสูง 7–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดค่อนข้างกลม ใบเดี่ยว รูปหัวใจหรือทรงกลม ใบจักเป็นแฉกแหลมลึก 3–5 แฉก ก้านใบยาวสีแดงอมน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง สีเหลือง ออกดอกช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย อากาศเย็น แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบอ่อน นำมาต้มเอาน้ำสระผม ยางจากต้นทำครีมทาบำรุงผิว ประโยชน์ทางยา รับประทานเป็นยาระบาย

นครสวรรค์-เสลา



เป็นต้นไม้ออกดอกสีม่วงในหน้าร้อนถิ่นกำเนิดอยู่ในเอชียเขตร้อน อาจจะเป็นประเทศไทยก็ได้
ดอกไม้ประจำจังหวัด : นครสวรรค์
ชื่อสามัญ : Salao, Salao khaao, Salao plueakbaang, Salao dam
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lagerstroemia loudonii Binn.
วงศ์ : LYTHRACEAE
ชื่ออื่น : เกรียบ ตะเกรียบ (ชอง-จันทบุรี), ตะแบกขน (นครราชสีมา), เสลาใบใหญ่ (ทั่วไป), อินทรชิต
ลักษณะทั่วไป : ต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดกลมหรือทรงกระบอก หนาทึบ ใบเดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่งโคนมน ใบหนา และมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ออกดอกเป็นช่อตามกิ่ง มี 6 กลีบ โคนคอดเป็นก้านสั้น มีหลายสี เช่น ขาว ม่วง ม่วงอมแดงกลีบดอกบาง ยับย่นออกดอก เดือนธันวาคม–มีนาคม ผลกลมรี เปลือกแข็ง เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 5–6 พู เมล็ดจำนวนมาก มีปีก
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนซุย แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : เอเชียเขตร้อน
ประโยชน์ : ไม้ใช้ทำเครื่องแกะสลัก ทำด้ามเครื่องมือ

นครปฐม-ไม่มี

นนทบุรี-นนทรี



นนทรีนั้นเป็นต้นไม้พื้นเมืองของไทย อินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดจีน ออสเตรเลีย หากได้รับการตัดแต่งกิ่งดูแลให้ตามควรแล้วจะเป็นต้นไม้ที่ให้ดอกสวยงามมากจนมีผู้นำไปปลูกประดับทั้งในสวนและตามริมถนนใหญ่หลายสาย ให้ทั้งร่มเงาและให้ทั้งความสวยงามของดอก
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี, พิษณุโลก
ชื่อสามัญ : Yellow Flamboyant
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Peltophorum pterocarpum (DC.) K. Heyne
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ชื่ออื่น : กระถินป่า กระถินแดง (ตราด), นนทรี (ทั่วไป) สารเงิน (แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มสูงได้ถึง 25 เมตร กึ่งผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบเป็นใบประกอบขนนกสองชั้นรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อตั้งขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกในฤดูแล้ง ช่วง เดือนมีนาคม-มิถุนายน
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ดินทั่วไป ชอบแสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : เอเชียเขตร้อน
ประโยชน์ : ประโยชน์อย่างหนึ่งซึ่งไม่ค่อยมีใครคิดถึงนั้นก็คือเปลือก เปลือกต้นนนทรีนั้น เมื่อนำไปต้มแล้วจะให้สีน้ำตาลเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าฝ้ายบาติกในเกาะชวา อินโดนีเซีย นอกจากนี้เปลือกนนทรียังมีขายกันในร้านสมุนไพรในเกาะชวาด้วย เพราะเป็นแหล่งที่มาของแทนนิน ใช้รักษษโรคท้องร่วง หรือนำไปเคี่ยวเข้าน้ำมัน นวดแก้ตะคริว กล้ามเนื้ออักเสบ ปลูกเป็นไม้ประดับ ลำต้นไม้ ใช้ทำสิ่งก่อสร้าง เรื่องเรือน เปลือก มีรสรับประทานเป็นยากล่อมเสมหะ แก้โรคท้องร่วง เป็นยาขับลมปลูกเป็นไม้ประดับ

ปทุมธานี-บัวหลวง



เป็นดอกไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศไทยอินเดีย เป็นดอกไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา และเป็นดอกไม้ประจำชาติของเวียดนาม อินเดีย อีกด้วย
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ปทุมธานี, พิจิตร, สุโขทัย, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี
ชื่อสามัญ : Nelumbo nucifera
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea lotus Linn.
วงศ์ : NYMPHACACEAE
ชื่ออื่น : บุณฑริก, สัตตบงกช
ลักษณะทั่วไป : เป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดินใต้น้ำ การเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ สีเขียวขอบน้ำตาล ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีสีขาว ชมพู เหลือง ลักษณะ สีสัน ขนาดของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด แยกกอจากหัวหรือเหง้า
สภาพที่เหมาะสม : ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์ ต้องการน้ำมากเพราะเป็นพืชเจริญในน้ำ แสงแดดอ่อน จนถึง แดดจัด
ถิ่นกำเนิด : แถบทวีปเอเชีย เช่น ประเทศจีน อินเดีย และไทย
ประโยชน์ : เป็นไม้ประดับ เสริมสิริมงคล ใช้ในทางพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ทำอาหาร เป็นสมุนไพร

พระนครศรีอยุธยา-โสน



เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบประกอบแบบขนนก ดอกช่อ สีเหลือง รูปร่างแบบดอกแคหรือดอกถั่ว ในใบมีสารสีเหลืองกลุ่มแคโรทีนอยด์ ใช้แต่งสีเหลืองในขนมหลายชนิด เช่น ขนมดอกโสน ขนมขี้หนู ขนมบัวลอย โดยนำดอกโสนมาบดหรือโม่ผสมกับแป้ง นอกจากนั้น ดอกโสน
ดอกไม้ประจำจังหวัด : พระนครศรีอยุธยา
ชื่อสามัญ : Sesbania
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sesbania aculeata
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ชื่ออื่น : โสน, โสนหิน, โสนกินดอก (ภาคกลาง), ผักฮองแฮง (ภาคเหนือ)
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ล้มลุก เป็นพุ่มขนาดกลาง ลำต้นสูงเปราะบางเพราะไม่มีแก่น สูงประมาณ 2–3 เมตร มีกิ่งก้านห่างๆ ใบเล็กฝอยคล้าย กับใบมะขามหรือใบกระถิน ดอกสีเหลืองคล้ายดอกแค แต่ดอกเล็กกว่า มีฝักยาว มีเมล็ดในฝักคล้ายกับถั่วเขียวแต่ฝักยาวกว่า
การขยายพันธุ์ : โดยเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ที่ชื้นแฉะ ริมคลอง ริมคูน้ำ
ถิ่นกำเนิด : เอเชียเขตร้อน
ประโยชน์ : กินเป็นผักสดหรือลวกจิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมันซุบไข่ทอดทำแกงส้ม หรือทำขนมดอกโสน ประโยชน์ทางยา ราก แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ใบ แก้พิษฝี แก้ปวดถอนพิษ ต้น ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ คุณค่าทางโภชนาการ พลังงาน เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีสอง ไนอาซิน วิตามินซี วิตามินซี

เพชรบูรณ์-ดอกมะขาม



เป็นไม้เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกาแถบประเทศซูดาน ต่อมามีการนำเข้ามาในประเทศแถบเขตร้อนของเอเชีย และประเทศแถบละตินอเมริกา และในปัจจุบันมีมากในเม็กซิโกดอกประจำจังหวัด : เพชรบูรณ์
ชื่อสามัญ : Tamarind, Indian date
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tamarindus indica Linn.
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ชื่ออื่น : มะขามไทย ตะลูบ (นครราชสีมา), ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), มอดเล ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), มะขาม (ทั่วไป), หมากแกง (ละว้า-แม่ฮ่องสอน), อำเปียล (เขมร-สุรินทร์)
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ ใบเป็นใบประกอบ ออกเป็นคู่ เรียงกันตามก้านใบ ปลายใบและโคนใบมน ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ อยู่ตามบริเวณปลายกิ่ง ขนาดเล็ก มีกลีบสีเหลือง ผลมี 2 ชนิด คือ ชนิดฝักกลมเล็กยาวเรียกว่า “มะขามขี้แมว” ชนิดฝักใหญ่แบนเรียกว่า “มะขามกระดาน” เมล็ดเป็นรูปค่อนข้างกลม ผิวเปลือกเกลี้ยงสีน้ำตาลเข้ม
ขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง
สภาพที่เหมาะสม : สภาพดินทุกชนิด ชอบแสงแดด
ถิ่นกำเนิด : แอฟริกาเขตร้อน ประเทศซูดาน
ประโยชน์ : มะขามเปียก - ใช้เป็นยาถ่าย และยาแก้ไอกัดเสมหะที่เหนียวข้น เนื่องจากมีกรดอินทรีย์ เช่น กรด trataric และกรด citric เปลือกต้น - เป็นยาสมานคุมธาตุ เนื้อในเมล็ด - ใช้เป็นยาฆ่าพยาธิไส้เดือน ใบและยอดอ่อน - มีรสเปรี้ยว ใช้ในการอาบ อบสมุนไพร

พิจิตร-บัวหลวง



เป็นดอกไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศไทยอินเดีย เป็นดอกไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา และเป็นดอกไม้ประจำชาติของเวียดนาม อินเดีย อีกด้วย
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ปทุมธานี, พิจิตร, สุโขทัย, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี
ชื่อสามัญ : Nelumbo nucifera
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea lotus Linn.
วงศ์ : NYMPHACACEAE
ชื่ออื่น : บุณฑริก, สัตตบงกช
ลักษณะทั่วไป : เป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดินใต้น้ำ การเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ สีเขียวขอบน้ำตาล ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีสีขาว ชมพู เหลือง ลักษณะ สีสัน ขนาดของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด แยกกอจากหัวหรือเหง้า
สภาพที่เหมาะสม : ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์ ต้องการน้ำมากเพราะเป็นพืชเจริญในน้ำ แสงแดดอ่อน จนถึง แดดจัด
ถิ่นกำเนิด : แถบทวีปเอเชีย เช่น ประเทศจีน อินเดีย และไทย
ประโยชน์ : เป็นไม้ประดับ เสริมสิริมงคล ใช้ในทางพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ทำอาหาร เป็นสมุนไพร

พิษณุโลก-นนทรี



นนทรีนั้นเป็นต้นไม้พื้นเมืองของไทย อินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดจีน ออสเตรเลีย หากได้รับการตัดแต่งกิ่งดูแลให้ตามควรแล้วจะเป็นต้นไม้ที่ให้ดอกสวยงามมากจนมีผู้นำไปปลูกประดับทั้งในสวนและตามริมถนนใหญ่หลายสาย ให้ทั้งร่มเงาและให้ทั้งความสวยงามของดอก
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี, พิษณุโลก
ชื่อสามัญ : Yellow Flamboyant
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Peltophorum pterocarpum (DC.) K. Heyne
วงศ์ : LEGUMINOSAE
ชื่ออื่น : กระถินป่า กระถินแดง (ตราด), นนทรี (ทั่วไป) สารเงิน (แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มสูงได้ถึง 25 เมตร กึ่งผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบเป็นใบประกอบขนนกสองชั้นรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อตั้งขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกในฤดูแล้ง ช่วง เดือนมีนาคม-มิถุนายน
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ดินทั่วไป ชอบแสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : เอเชียเขตร้อน
ประโยชน์ : ประโยชน์อย่างหนึ่งซึ่งไม่ค่อยมีใครคิดถึงนั้นก็คือเปลือก เปลือกต้นนนทรีนั้น เมื่อนำไปต้มแล้วจะให้สีน้ำตาลเหลือง ใช้ในการย้อมผ้าฝ้ายบาติกในเกาะชวา อินโดนีเซีย นอกจากนี้เปลือกนนทรียังมีขายกันในร้านสมุนไพรในเกาะชวาด้วย เพราะเป็นแหล่งที่มาของแทนนิน ใช้รักษษโรคท้องร่วง หรือนำไปเคี่ยวเข้าน้ำมัน นวดแก้ตะคริว กล้ามเนื้ออักเสบ ปลูกเป็นไม้ประดับ ลำต้นไม้ ใช้ทำสิ่งก่อสร้าง เรื่องเรือน เปลือก มีรสรับประทานเป็นยากล่อมเสมหะ แก้โรคท้องร่วง เป็นยาขับลมปลูกเป็นไม้ประดับ

ลพบุรี-พิกุล



เป็นดอกไม้ที่มีประวัติไม่มากนัก
ดอกไม้ประจำจังหวัด : กำแพงเพชร, ยะลา, ลพบุรี
ชื่อสามัญ : Bullet Wood, Spanish Cherry
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mimusops elengi Linn.
วงศ์ : SAPOTACEAE
ชื่ออื่น : กุน (ภาคใต้), แก้ว (ภาคเหนือ), ซางดง (ลำปาง), พิกุลป่า (สตูล), พิกุลเขา พิกุลเถื่อน (นครศรีธรรมราช), พิกุล (ทั่วไป)
ลักษณะทั่วไป : พิกุลเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 8–15 เมตร เป็นพุ่มทรงกลมใบออกเรียงสลับกันใบมนรูปไข่ปลายแหลม ลักษณะโคนใบมน สอบขอบใบโค้งเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบเป็นมันสีเขียว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกเป็นกระจุกตามง่ามใบหรือยอด มีกลีบดอกประมาณ 8 กลีบ เรียงซ้อนกัน กลีบดอกเป็นจักรเล็กน้อย สีขาวนวลมีกลิ่นหอมมาก ผลรูปไข่หรือกลมรีผลแก่มีสีแสด เนื้อในเหลืองรสหวาน ภายในมีเมล็ดเดียว
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง
สภาพที่เหมาะสม : ดินทุกชนิด แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : อินเดีย, พม่า และมาเลเซีย

สมุทรปราการ-ดาวเรือง



นิยมปลูกตัดดอก เป็นดาวเรืองในกลุ่ม African หรือ American marigold เป็นพันธุ์ดอกใหญ่ พันธุ์ที่ใช้เป็นการค้าในประเทศไทยได้แก่พันธุ์ซอเวอร์เรน (soverign) นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์ใหม่ๆที่นำเข้ามาได้แก่ พันธุ์จาไมก้า (jamaica) และอื่นๆอีกหลายพันธุ์
ดอกไม้ประจำจังหวัด : สมุทรปราการ
ชื่อสามัญ : Marigold
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tagetes erecta Linn.
วงศ์ : COMPOSITAE
ชื่ออื่น : ดาวเรือง
ลักษณะทั่วไป ดาวเรืองเป็นไม้ล้มลุกทรงพุ่มอายุสั้นหรือหลายปี มีความสูงตั้งแต่ 30–60 ซม. ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบเหมือนขนนก ออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีหรือรูปหอกแกมขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวกระจุกอยู่ปลายยอด สีเหลืองหรือสีส้ม กลีบดอกวงนอกมีลักษณะเป็นรูปรางน้ำ โคนดอกเป็นหลอดเล็ก ปลายดอกเป็นรอยหยัก กลิ่นหอมฉุน
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนซุย และอุ้มน้ำได้ดี แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา
ประโยชน์ : ดอกดาวเรืองใช้ร้อยพวงมาลัยชนิดต่างๆเพื่อการบูชาพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ กลีบดอกดาวเรืองมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า xanthophyll สูง จึงมีการปลูกเพื่อเก็บดอกเพื่อเอาไปเป็นส่วนผสมของอาหารไก่ไข่เพื่อให้ไข่แดงมีสีแดงสวยทดแทนสารสังเคราะห์ ดาวเรืองสะสมสารหนูได้ 42% ในใบ จึงมีประโยชน์ในการฟื้นฟูดินที่ปนเปื้อนสารหนู

สมุทรสงคราม-จิกทะเล



เป็นต้นไม้ที่ขึ้นตามชายทะเล ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศมาดากัสการ์ดอกไม้ประจำจังหวัด : สมุทรสงคราม
ชื่อสามัญ :
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Barringtonia asiatica (Linn.) Kurz
วงศ์ : MRYTACEAE
ชื่ออื่น : จิกเล (ทั่วไป), โคนเล (ภาคใต้), อามุง (มลายู-นราธิวาส)
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีลำต้นสูง 10 เมตร แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วต้น กิ่งมีขนาดใหญ่ มีรอยแผลอยู่ทั่วไป เป็นรอยแผลที่เกิดจากใบที่ร่วงหล่นไป เปลือกต้นมีสีน้ำตาลหรือสีเทา ใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้มสลับกันไปตามข้อต้น ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ อยู่ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เกสรสีชมพูอยู่ตรงกลาง ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ผลขนาดใหญ่ โคนเป็นสี่เหลี่ยมป้าน ปลายสอบ
ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนปนทราย หรือดินทราย เป็นไม้กลางแจ้ง
ถิ่นกำเนิด : หมู่เกาะมาดากัสการ์
ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ

สมุทรสาคร-ไม่มี

สระบุรี-สุพรรณนิการ์ (ฝ้ายคำ)



สุพรรณิการ์ หรือ ฝ้ายคำเป็นไม้ผลัดใบ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ดอกไม้ประจำจังหวัด : นครนายก, บุรีรัมย์ , สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี
ชื่อสามัญ : Yellow Cotton Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cochlospermum regium (Mart. & Schrank) Pilg.
วงศ์ : BIXACEAE (COCHLOSPERMACEAE)
ชื่ออื่น : ฝ้ายคำ (ภาคเหนือ), สุพรรณิการ์ (ภาคกลาง)
ลักษณะทั่วไป : ต้นสูง 7–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดค่อนข้างกลม ใบเดี่ยว รูปหัวใจหรือทรงกลม ใบจักเป็นแฉกแหลมลึก 3–5 แฉก ก้านใบยาวสีแดงอมน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง สีเหลือง ออกดอกช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย อากาศเย็น แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบอ่อน นำมาต้มเอาน้ำสระผม ยางจากต้นทำครีมทาบำรุงผิว ประโยชน์ทางยา รับประทานเป็นยาระบาย

สิงห์บุรี-ไม่มี

สุโขทัย-บัวหลวง



เป็นดอกไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น ประเทศไทยอินเดีย เป็นดอกไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา และเป็นดอกไม้ประจำชาติของเวียดนาม อินเดีย อีกด้วย
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ปทุมธานี, พิจิตร, สุโขทัย, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี
ชื่อสามัญ : Nelumbo nucifera
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea lotus Linn.
วงศ์ : NYMPHACACEAE
ชื่ออื่น : บุณฑริก, สัตตบงกช
ลักษณะทั่วไป : เป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดินใต้น้ำ การเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ สีเขียวขอบน้ำตาล ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีสีขาว ชมพู เหลือง ลักษณะ สีสัน ขนาดของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด แยกกอจากหัวหรือเหง้า
สภาพที่เหมาะสม : ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์ ต้องการน้ำมากเพราะเป็นพืชเจริญในน้ำ แสงแดดอ่อน จนถึง แดดจัด
ถิ่นกำเนิด : แถบทวีปเอเชีย เช่น ประเทศจีน อินเดีย และไทย
ประโยชน์ : เป็นไม้ประดับ เสริมสิริมงคล ใช้ในทางพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ทำอาหาร เป็นสมุนไพร

สุพรรณบุรี-สุพรรณนิการ์ (ฝ้ายคำ)



สุพรรณิการ์ หรือ ฝ้ายคำเป็นไม้ผลัดใบ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ดอกไม้ประจำจังหวัด : นครนายก, บุรีรัมย์ , สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี
ชื่อสามัญ : Yellow Cotton Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cochlospermum regium (Mart. & Schrank) Pilg.
วงศ์ : BIXACEAE (COCHLOSPERMACEAE)
ชื่ออื่น : ฝ้ายคำ (ภาคเหนือ), สุพรรณิการ์ (ภาคกลาง)
ลักษณะทั่วไป : ต้นสูง 7–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดค่อนข้างกลม ใบเดี่ยว รูปหัวใจหรือทรงกลม ใบจักเป็นแฉกแหลมลึก 3–5 แฉก ก้านใบยาวสีแดงอมน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง สีเหลือง ออกดอกช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย อากาศเย็น แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบอ่อน นำมาต้มเอาน้ำสระผม ยางจากต้นทำครีมทาบำรุงผิว ประโยชน์ทางยา รับประทานเป็นยาระบาย

อ่างทอง-ไม่มี

อุทัยธานี-สุพรรณนิการ์ (ฝ้ายคำ)



สุพรรณิการ์ หรือ ฝ้ายคำเป็นไม้ผลัดใบ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ดอกไม้ประจำจังหวัด : นครนายก, บุรีรัมย์ , สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี
ชื่อสามัญ : Yellow Cotton Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cochlospermum regium (Mart. & Schrank) Pilg.
วงศ์ : BIXACEAE (COCHLOSPERMACEAE)
ชื่ออื่น : ฝ้ายคำ (ภาคเหนือ), สุพรรณิการ์ (ภาคกลาง)
ลักษณะทั่วไป : ต้นสูง 7–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดค่อนข้างกลม ใบเดี่ยว รูปหัวใจหรือทรงกลม ใบจักเป็นแฉกแหลมลึก 3–5 แฉก ก้านใบยาวสีแดงอมน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง สีเหลือง ออกดอกช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม
การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย อากาศเย็น แสงแดดจัด
ถิ่นกำเนิด : อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบอ่อน นำมาต้มเอาน้ำสระผม ยางจากต้นทำครีมทาบำรุงผิว ประโยชน์ทางยา รับประทานเป็นยาระบาย

อ้างอิง
www.panyathai.or.th
th.wikipedia.org
www.panmai.com
www.school.net.th
www.uru.ac.th
en.wikipedia.org
www.doctor.or.th
www.krudang.com
fwmail.teenee.com
http://61.19.145.8/student/web2003/401-17/etc.htm
agkc.lib.ku.ac.th
zh.wikipedia.org
www.kroobannok.com
www.sirikitdam.egat.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Tue Dec 07, 2010 8:31 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/


Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ: 572
คะแนน: 770
คะแนนชื่อเสียง: 14
Join date: 23/01/2010
Age: 21
ที่อยู่: ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 6 1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ