สัตว์แปลกๆ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Thu Mar 11, 2010 5:26 pm



กริฟฟอน หรือ กริฟฟิน (griffin, gryphin, griffon หรือ gryphon) คือสัตว์ในเทพนิยายร่างกายเป็นครึ่งนกอินทรี ครึ่งสิงโต โดยส่วนหัว ขาคู่หน้าและปีก เป็นนกอินทรี ส่วนลำตัวและขาคู่หลังเป็นสิงโต และมีหางเป็นงู บางจำพวกก็มี หางของสิงโต ขนบนหลังเป็นสีดำ ขนที่อยู่ข้างหน้าเป็นสีแดง ส่วนขนปีกเป็นสีขาว อาศัยอยู่ในถ้ำตามภูเขา

ตามตำนานกรีก กริฟฟินเป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์เหมืองทองคำของดินแดนไฮเปอร์โบเรีย (ดินแดนในตำนานซึ่งอยู่ทางขั้วโลกเหนือ มีแสงอาทิตย์ และความอุดมสมบูรณ์ตลอดกาล), เป็นรูปจำแลงของเทพีเนเมซิส เทพแห่งความพยาบาท ซึ่งทำหน้าที่หมุนวงล้อแห่งโชคชะตา, นอกจากนี้ยังเป็นผู้ลากรถม้าของพระอาทิตย์ (เทพอพอลโล) อีกด้วย

กริฟฟินนั้นเป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจ และบางครั้งยังถือว่ากริฟฟินเป็นสัญลักษณ์ของความหยิ่งยโสอีกด้วย

ในยุคแรก กริฟฟินถูกเปรียบเทียบให้เป็นเหมือนกับซาตาน ที่คอยล่อลวงวิญญานของมนุษย์ให้ติดกับ แต่ต่อมากริฟฟินก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของทั้งทวยเทพ และมนุษย์ สำหรับพระเยซู เพราะมันเป็นเจ้าแห่งพิภพและเวหา อีกทั้งมีรังสีแห่งแสง อาทิตย์ ศัตรูของกริฟฟินคือ บาซิลิสก์ ซึ่งเปรียบได้กับรูปจำลองของซาตาน

ปัจจุบันสามารถพบเห็นกริฟฟินได้ทั่วไปจากงานศิลปะในหลาย ๆ วัฒนธรรม และพบได้ในตราประจำตระกูล รูปสัตว์ต่าง ๆ , ประติมากรรมเก่าแก่, โมเสกนูนต่ำ, นิทาน และในตำนานต่าง ๆ ทั่วโลก

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%99


แก้ไขล่าสุดโดย Vampire เมื่อ Thu Mar 11, 2010 5:58 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Thu Mar 11, 2010 5:31 pm



ไคเมรา

ไคเมรา (อังกฤษ: Chimera ; กรีก: Χιμαιρα [Khimaira] ; ละติน: Chimæra) เป็นสัตว์ในเทพนิยายกรีก

ในตำนานเล่าว่าไคเมราเป็นลูกของอีคิดน่าและไทฟอน เป็นพี่ชายของเซอร์เบอรัส ไคเมรามีร่างกายกำยำและเป็นที่รวม ของสัตว์ร้าย 3 ชนิด คือ ส่วนหัวถึงหน้าอกเป็นสิงโต ลำตัวเป็นแพะ แต่บั้นท้ายกลับเป็นมังกรหรืองู นอกจากนี้ยังสามารถพ่นไฟออกมาได้เหมือนมังกรอีกด้วย ไคเมราถูกวีรบุรุษเบลเลอโรฟอนผู้ขี่ม้าบินเพกาซัสแทงตายด้วยหอก

จากการที่ไคเมราเป็นส่วนผสมของสัตว์ร้าย 3 ชนิด ที่ไม่น่าจะมารวมกันได้ คำว่า ไคเมรา (Chimera) จึงใช้เป็นชื่อเรียกของสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างแปลกประหลาดในปัจจุบัน เช่น ปลาทะเลน้ำลึกจำพวกหนึ่ง ซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อน ก็ถูกเรียกว่า ไคเมรา ด้วยเช่นกัน

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Mar 11, 2010 5:33 pm

รู้จัก

Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 23
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Thu Mar 11, 2010 5:36 pm



ไซคลอปส์

ไซคลอปส์ (กรีก: Κύκλωψ; ละติน: Cyclops หรือ Kyklops) หรือ อสูรตาเดียว เป็นสัตว์ประหลาดในตำนานกรีก

ชื่อไซคลอปส์ถูกใช้ระบุถึงยักษ์ตาเดียวสองชนิด โดยชนิดแรกเป็นลูกของเจ้านภา ยูเรนัสและพระแม่ธรณี ไกอา มักจะถือค้อนอันใหญ่ มีพลังแห่งสายฟ้า และมีฝีมือในด้านช่างเหล็ก ไซคลอปส์กลุ่มนี้ถูกยูเรนัสกักขังไว้ในทาทารัส จนกระทั่งซุสปลดปล่อยออกมาหลังจากที่โค่นโครนัสผู้เป็นบิดา ซึ่งไซคลอปส์ได้ตอบแทนโดยตีอาวุธต่างๆให้เหล่าเทพ และเหล่าไซคลอปส์ได้เป็นลูกมือของเทพแห่งช่างเหล็กเฮฟเฟสตุสในเวลาต่อมา จนกระทั่งถูกอพอลโลสังหารเพื่อล้างแค้นให้แอสคิวลาปิอัสที่ถูกซุสใช้สายฟ้าฟาด

ไซคลอปส์กลุ่มที่สองเป็นลูกหลานของโพเซดอนและพรายน้ำโทซา ไซคลอปส์กลุ่มนี้กินมนุษย์เป็นอาหาร โดยมีบทบาทในเรื่องโอดิสซีย์ ไซคลอปส์มีความนิยมมากเหมือนกัน เช่นไซคลอปส์ในการ์ตูน ไซคลอปส์ในเกม

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%9B

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Thu Mar 11, 2010 5:43 pm



บาซิลิสก์

บาซิลิสก์ (อังกฤษ: Basilisk) เป็นงูใหญ่ที่น่ากลัวและน่าสยดสยองในตำนานกรีกและยุโรป ซึ่งแค่มองผ่านเหยื่อก็ทำให้เหยื่อตายได้ ในทำนองเดียวกับ เมดูซ่า

ได้มีนักเล่านิทานคนหนึ่งอธิบายว่า บาซิลิสก์เป็น "งูที่มีมงกุฎสีทองเล็กๆ บนหัว ในยุคกลางมีผู้เชื่อว่ามันเป็นเพียงงูที่มีหัวเหมือนไก่ บางครั้งก็มีหัวเป็นคน บาซิลิสก์เกิดจากไข่ที่ออกมาจากพ่อไก่ระหว่างที่ กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ ปรากฏบนท้องฟ้า และได้คางคกเป็น ผู้กกไข่ การมองเห็นบาซิลิกก์นั้นน่ากลัวสยดสยองมาก ถ้าสัตว์ใดก็ตามได้เพียงเห็นมันมองผ่าน แม้แต่ทางกระจกก็อาจตายได้ทันทีเพราะความกลัว วิธีเดียวที่จะฆ่ามันได้ก็คือต้องถือกระจกไว้ข้างหน้าตัวมันก่อนที่มันจะมอง ผ่านมา เมื่อมันมองมาในกระจกนั้น มันก็จะเห็นเงาตัวมันเองในกระจกและตายในทันที มีผู้เชื่อว่าบาซิลิสก์มีเขาหรือมีพังผืดด้วย"

ในยุโรปสมัยกลาง บาซิลิสก์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย โดยคู่กับกริฟฟิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความดี บาซิลิสก์เป็นสัญลักษณ์ของเมืองบาเซิล (Basel) ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บาซิลิสก์ถูกนำไปใช้หลายครั้งตามนิยายแฟนตาซีต่างๆ และเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ

ซึ่งชื่อ บาซิลิสก์ นี้ได้ถูกตั้งเป็นทั้งชื่อเรียกสามัญ และชื่อวิทยาศาสตร์ของกิ้งก่าจำพวกหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ มีหงอนบนหัว และสามารถวิ่งได้เร็วมากจนวิ่งบนน้ำได้ โดยกิ้งก่าจำพวกนี้ มีชื่อสกุลว่า Basiliscus

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Thu Mar 11, 2010 5:48 pm



มันติคอร์

มันติคอร์ (อังกฤษ: Manticore) เป็นสัตว์ที่เกิดจากจากการผสมพันธุ์ระหว่าง คนกับสัตว์ มีฟันอันแหลมคม นิสัยเจ้าเล่ห์ มีหน้าเป็นคน ตัวเป็นสิงโต ชื่อของมัน มาจากภาษาเปอร์เซีย คือ martikhora แปลว่า ผู้กินคน คนเอเชียยุคโบราณต่างก็รู้จัก มันติคอร์ ในศตวรรษที่สอง มีนักประวัติศาสตร์โรมันบรรยายถึง ความน่ากลัวของมันติคอร์จากเรื่องบอกเล่าที่มีมาราว 700 ปี ก่อนหน้านั้นว่าในอินเดียมีสัตว์ป่าชนิดหนึ่งที่มีอำนาจ น่าเกรงขาม รูปร่างใหญ่ราวกับสิงโตตัวที่ใหญ่ที่สุด มีผิวสีแดง ขนหยาบคล้ายสุนัข ในภาษาอินเดียเรียกมันว่า มาร์ติคอรัส

อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของมันไม่ใช่สัตว์ แต่กลับเป็นใบหน้าของมนุษย์ มีฟันบนสามแถว และฟันล่างอีกสามแถว เป็นฟันที่แหลมคมและใหญ่กว่าเขี้ยวของสุนัขล่าเนื้อ ใบหูของมันก็คล้ายกับของมนุษย์ เว้นแต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่าและมีขนหยาบ ตาของมันมีสีน้ำเงินเทาคล้ายนัยน์ตามนุษย์ แต่เท้าและกรงเล็บของมันเหมือนของสิงโต ที่ปลายหางของมันคือหางของแมงป่อง ที่อาจจะมีความยาวเกินกว่า 18 นิ้ว ที่ปลายสุดของหาง มีเหล็กในที่สามารถต่อยคนถึงตายได้ทันที มันสามารถปล่อยเหล็กในที่มีลักษณะเหมือนกับลูกศร และสามารถยิงไปได้ไกล เมื่อปล่อยเหล็กในไปแล้วมันก็จะม้วนหางกลับ หากมันจะยิงเหล็กในไปทิศตรงข้าม มันจะยืดหางออไปจนสุดแทน สัตว์ที่ถูกเหล็กในของมันติคอร์จะตายทันที ช้างเป็นสัตว์ชนิดเดียว ที่มันติคอร์จะไม่ทำร้าย

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C



ลิวาธาน

ลิวาธาน (לִוְיָתָן "ม้วน; ขด", ภาษาฮิบรูมาตรฐาน Livyatan, ภาษาฮิบรูติเบเรียน Liwyāṯān) เป็นสัตว์ร้ายในทะเล ตามความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลในศาสนาคริสต์ อ้างไว้ในพระพันธสัญญาเดิม (เพลงสดุดี 74:13-14; โยบ 41; และ อิสยาห์ 27:1)

จอมปีศาจแห่งริษยาตกเป็นตำแหน่งของงูยักษ์ลิวาธาน มันถูกกล่าวถึงทั้งในคัมภีร์ยิวและไบเบิ้ล ว่าเป็นสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ มีหลายหัว มีฟันแหลมคมเหมือนจระเข้ มีดวงตาดั่งขนตาของตะวัน (หมายถึงมันโผล่ตาขึ้นมาเหนือน้ำเหมือนที่จระเข้ทำเวลาล่าเหยื่อ ตามันจะโผล่พ้นน้ำมาเล็กน้อย เหมือนพระอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขาในตอนเช้า) บางครั้งมันก็ถูกกล่าวว่าเป็นพลังแห่งความสับสนวุ่นวายเมื่อครั้งสร้างโลก คัมภีร์ปฐมกาลกล่าวว่า "ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดินแผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น" ผืนน้ำนั่นแหละครับคือความสับสนวุ่นวาย และก็คือลิวาธาน

คำว่า "ลิวาธาน" นั้น ยังหมายถึงสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ หรือสัตว์ขนาดใหญ่ใดๆ ก็ได้ ในภาษาฮิบรูใหม่ คำนี้มีความหมายเพียง วาฬ เท่านั้น เลวีอาธาน มีลักษณะเหมือน งูมีความยาวมาก ปรากฏบ่อยๆในเกม เช่น ไฟนอลแฟนตาซี และการ์ตูนเกมกลคนอัจฉริยะ เราต้องใช้แหวนนํ้าเพื่อป้องกัน

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99



ฮาร์พี

ฮาร์พี (อังกฤษ: harpy, /hɑrpi/) เป็นสิ่งมีชีวิตตามตำนานกรีกซึ่งมีรูปกายเป็นมนุษย์ผู้หญิง มีท่อนล่างอย่างนก และมีปีก

กล่าวกันว่าแต่เดิมฮาร์ปีมีเพียงสองตนเท่านั้น คือเอลโล และโอไซพีเทส ธิดาแห่งเธามาส และโอเชียนิดนามอิเล็กตร้า (โอเชียนิดคือนิมฟ์แห่งทะเล) เธามาสผู้นี้เป็นโอรสของพอนทัสและไกอา ทั้งพอนทัสและไกอาต่างก็เป็นเทพเจ้าโบราณของกรีก โดยพอนทัสเป็นเทพแห่งทะเล ส่วนไกอาเป็นเทพแห่งพิภพ ฮาร์ปีทั้งสองเป็นพี่น้องกับเทวีไอริส ซึ่งเป็นเทวีผู้ทำหน้าที่นำสารให้กับเหล่าเทพเจ้าต่างๆ เช่นเดียวกับเฮอร์เมส หากแต่เฮอร์เมสนั้นขึ้นตรงต่อเทพบดีซูส ในขณะที่ไอริสเป็นเทวีใต้บัญชาของเฮร่า เทวีไอริสยังมีปีกเป็นนกเช่นเดียวกับอีรอส และมักถูกกล่าวถึงในลักษณะของสาวน้อยมีปีก ถือคทานำสาร นอกจากนี้ไอริสยังเป็นเทวีพรหมจรรย์ และถือเป็นเทวีแห่งสะพานสายรุ้งอีกด้วย

เรื่องที่เป็นที่รู้จักกันดีเกี่ยวกับฮาร์ปีคือเรื่องเมื่อครั้งเรืออาร์ โกมาขึ้นฝั่งที่เธรส ในตอนนั้นมีนักพยากรณ์ตาบอดผู้หนึ่งนามว่าฟีนูสนำความลับของสวรรค์มาบอกแก่ คนนอกมากเกินไป เทพเจ้าซูสจึงทรงสั่งให้พวกฮาร์ปีมาขโมยอาหารของฟีนูสเป็นการทรมาน เซเทสและคาลาอีสบุตรของเทพเจ้าแห่งสายลมเหนือโบรีอัสจึงทำหน้าที่ขับไล่เห ล่าฮาร์ปีนี้ไป ยังมีบางตำนานกล่าวว่าฮาร์ปีถูกเซเทสและคาลาอีสฆ่าตาย นอกนั้นเล่าว่าเทวีไอริสได้ลงมาห้ามไว้ทัน หากแต่เหล่าฮาร์ปีก็ต้องตายเพราะอดอยากอาหารอยู่ดี

ในเรื่องของเจสันกับขนแกะทองคำนั้น ฮาร์พีได้ถูกกล่าวถึงว่าเป็นสุนัขล่าเนื้อของซูส การปรากฏตัวของฮาร์พีจะสร้างความน่าขยะแขยงไว้ในทุกๆที่ที่มันไป ฮาร์พีจะกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าและทิ้งมูลที่มีกลิ่นเหลือรับจนไม่ ว่าสิ่งมีชีวิตใดก็ทนไม่ได้

ในเทพปกรณัมกรีกยังมีการกล่าวถึงฮาร์ปีตนอื่นๆ อีก ซึ่งคาดว่าเป็นการเสริมแต่งเข้ามาภายหลังเช่นฮาร์ปีที่มีชื่อว่าโพดาร์กซึ่ง เป็นมารดาของม้าศักดิ์สิทธิ์สองตัวชื่อซานธุสและบาเลียส (ม้าของอะคิลลีส) โดยมีเทพเจ้าแห่งสายลมตะวันตกเซฟเฟอรุสเป็นบิดา

บางตำนานกล่าวว่าเป็นสมุนรับใช้ของเทพเจ้าฮาเดส โดยทำหน้าที่หาวิญญาญที่เป็นอาหารมาสังเวยให้ที่นรกทาทาร์ลัส อาศัยอยู่ที่ชั้นบรรยากาศ (หรือว่ากันว่าตามหมู่เมฆนั้นเอง) มีความสามารถเกี่ยวกับลม และมักจะเป็นตัวร้ายที่มักจะโผล่มาในการโกรษแค้นของเหล่าเทพ โดยยกตัวอย่างจากตำนานที่ทำให้นกฮาร์พีโด่งดังอันหนึ่งคือ ตำนานเจสันและขนแกะทองคำ โดนตำนานกล่าวว่า คิงเพเนอุสถูกพระเจ้า สาปไม่ให้กินอาหารได้ เพราะทุกครั้งที่จะกินอาหาร จะมีเหล่านกฮาร์พีมาบินวนโฉบแย่งอาหารไป ทำให้ไม่สามารถกินอาหารได้เลย จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากพวกเจสัน หลังจากนำเรืออาร์โก้เทียบท่า โดยการฆ่านกฮาร์พีทิ้งเสีย ว่ากันว่าฮาร์พีมี3พี่น้อง นามว่า Aello Celaeno และ Ocypete

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%89

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Thu Mar 11, 2010 6:04 pm



ชูปาคาบรา

ชูปาคาบรา (Chupacabra ภาษาสเปน แปลว่า "ตัวดูดเลือดแพะ") เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับในตำนานชนิดหนึ่ง มีผู้ที่อ้างว่าพบเห็นมันครั้งแรกในเปอร์โตริโกในช่วงต้นทศวรรษที่ 50 และมีหลายคนรายงานว่า มันได้ฆ่าสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น แพะ ด้วยการดูดเลือด เป็นจำนวนมาก และยังคงมีผู้พบเห็นมันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน ที่เปอร์โตริโก มีนักสำรวจท้องถิ่นได้สำรวจเรื่องราวเกี่ยวกับชูปาคาบรา และพบถ้ำแห่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นที่อาศัยของมัน และรอยเท้าของชูปาคาบราก็มีลักษณะใหญ่คล้ายนกกระจอกเทศ

ที่รัฐเท็กซัส มีเกษตรกรรายนึงอ้างว่าเขาสามารถยิงชูปาคาบราได้และฝังมันไว้ในที่ดินที่บ้านของเขา โดยเจ้าตัวที่เชื่อว่าเป็นชูปาคาบรานั้นได้ฆ่าไก่ของเขาไปแล้วถึง 3 หน ซึ่งเจ้าสัตว์ตัวนี้มีรูปร่างแปลกมาก คือ ตัวเป็นสีฟ้าปนสีเทาและไม่มีขน แต่จากการพิสูจน์ของนักวิทยาศาสตร์จากกะโหลกและตรวจดีเอ็นเอของสัตว์ชนิดนี้แล้วนั้น พบว่า เป็นเพียงสุนัขไคโยตี้ที่เป็นขี้เรื้อนเท่านั้น

และจากการศึกษาซากสัตว์ที่เชื่อว่าตายด้วยการดูดเลือดของชูปาคาบราจนหมดตัวนั้นของแพทย์ผู้ เชี่ยวชาญ พบว่า แท้จริงแล้วเลือดในตัวสัตว์เหล่านั้นยังมีอยู่ เพียงแต่ว่าถ้ามองจากภายนอกอาจดูเหมือนไม่มีเลือดเหลืออยู่ในตัวเลย เป็นเพราะเลือดในตัวสัตว์นั้นได้หยุดไหลเมื่อหัวใจหยุดเต้น และเชื่อว่า สัตว์ที่โจมตีสัตว์เหล่านี้นั้น น่าจะเป็น สุนัขป่าหรือลิงป่า

อย่างไรก็ตาม จากภาพสเก็ตของผู้ที่อ้างว่าเคยพบเห็น ชูปาคาบรามีรูปร่างหน้าตาหลากหลายต่างกัน แต่มีลักษณะที่ร่วมกันคือ มีหน้าตาคล้ายมนุษย์ต่างดาวที่เรียกว่า เกรย์ (Grey) แต่มีขาหลังที่ใหญ่คล้ายจิงโจ้

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2



ปีศาจเจอร์ซีย์

ปีศาจเจอร์ซีย์ (อังกฤษ: Jersey Devil) สัตว์ประหลาดในตำนานพื้นถิ่นของชาวรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ปีศาจเจอร์ซีย์ในบางครั้งจะถูกเรียกว่า ปีศาจลีดส์ (Leeds Devil) เป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายปีศาจตามความเชื่อในคริสต์ศาสนา เชื่อว่ามีความสูงประมาณ 4-6 ฟุต มีส่วนหัวคล้ายม้าหรือแพะ แต่ลำตัวยาวคล้ายงูหรือมังกร มีปีกขนาดใหญ่คล้ายค้างคาว สามารถบินได้บนท้องฟ้า มีหาง 2 แฉก มีเขางอกบนหน้าผากเล็ก ๆ 2 ชิ้น ลำตัวปกคลุมด้วยขนสีดำ

ปีศาจเจอร์ซีย์ เชื่อว่าอาศัยอยู่ในป่าสนที่ชื่อ ไพน์ บาร์เรนส์ (Pine Barrens) อันเป็นป่าสนขนาดใหญ่ในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐนิวเจอร์ซีย์

ในปี ค.ศ. 1909 มีพยานหลายคนได้ยินเสียงน่าขนลุกจากแม่น้ำเดลาแวร์ และเห็นสัตว์ประหลาดเรืองแสงบินอยู่บนท้องฟ้า นอกจากนั้นยังพบรอยเท้าประหลาดบนหลังคาบ้านหรือบริเวณใกล้กับเล้าไก่อีกด้วย

ในตำนานพื้นถิ่นของการกำเนิดปีศาจเจอร์ซีย์ เล่าว่า มันถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1745 จากการตั้งครรภ์ของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ เดเบอร่าห์ ลีดส์ (Deborah Leeds) โดยเป็นลูกคนที่ 13 ของเธอ (ซึ่งเลข 13 เป็นเลขอัปมงคลตามความเชื่อของคริสต์ศาสนา) ดังนั้นมันจึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า ปีศาจลีดส์ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเธอได้ขายวิญญาณให้แก่ปีศาจ จึงถูกสาป

จากนั้นมา ก็ได้มีผู้พบเห็นปีศาจเจอร์ซีย์นี้เป็นระยะ ๆ ในระยะเวลา 200 กว่าปีที่ผ่านมา จวบจนปัจจุบัน ซึ่งบุคคลหลายคนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และน่าเชื่อถือด้วย เช่น โจเซฟ โบนาปาร์ต (พี่ชายของนโปเลียน โบนาปาร์ต--ต่อมาได้เป็นจักรพรรดิแห่งสเปน) ระบุว่าพบเห็นเมื่อปี ค.ศ. 1820 จนถึงปัจจุบัน ก็ยังมีผู้อ้างว่าได้ยินเสียงร้องน่ากลัวในเวลาค่ำคืนรวมถึงพบรอยเท้า ประหลาดและข้าวของที่บิดเบี้ยวเสียหายในบ้าน ซึ่งก็ได้มีกลุ่มบุคคลตั้งทีมขึ้นมาเพื่อล่าปีศาจเจอร์ซีย์นี้ด้วย

หลายคนลงความเห็นว่าปีศาจเจอร์ซีย์มีลักษณะคล้ายสัตว์เลื้อยคลานในยุคก่อนประวัติศาสตร์จำพวก เทอโรซอร์ (pterosaur) หรือ ดิโมฟอร์ดอน (dimorphodon) ซึ่งมีชีวิตร่วมสมัยเดียวกับไดโนเสาร์

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย มีการอ้างอิงถึงปีศาจเจอร์ซีย์อยู่หลายอย่าง เช่น บรูซ สปริงส์ทีน นักร้องชื่อดังชาวอเมริกันได้แต่งเพลงชื่อ "A Night with the Jersey Devil" ลงในเว็บไซต์ส่วนตัวของตนเองและเปิดโอกาสให้ดาวน์โหลดได้ฟรี ในเทศกาลวันฮาโลวีนเมื่อปี ค.ศ. 2008 หรือ ในซีรีส์ชุด The X-Files ซีรีส์ไซไฟสืบสวนสอบสวนยอดนิยมทางโทรทัศน์ก็เคยมีตอนของปีศาจเจอร์ซีย์ด้วย ในซีซั่นแรก (ค.ศ. 1993) ในชื่อว่า "The Jersey Devil" รวมทั้งสารคดีชุด Lost Tapes ของช่องดิสคัฟเวอรี่ แชนนอลปีที่ 2 ในตอน "Jersey Devil" และสารคดีทางโทรทัศน์สำหรับเด็กของแคนาดาชุด Mystery Hunters ปีที่ 3 อีกทั้งยังเป็นชื่อทีมฮอกกี้น้ำแข็งประจำรัฐนิวเจอร์ซีย์ด้วย คือ ทีมนิว เจอร์ซีย์ เดวิลส์ (New Jersey Devils)

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C




มอธแมน

มอธแมน (อังกฤษ: Mothman) หรือ มอธแมน แห่ง พอยต์ เพลสเซนต์ (อังกฤษ: The Mothman of Point Pleasant) เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีผู้อ้างว่าพบเห็นที่ พอยต์ เพลสเซนต์ ในเมืองชาร์ลส์ตัน รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1966 ถึงวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1967 โดยมอธแมนนั้นแปลว่า "มนุษย์ผีเสื้อกลางคืน" เนื่องจากผู้ที่อ้างว่าพบเห็น กล่าวว่ารูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีความสูงกว่า 6 ฟุต มีตาสีแดงสว่าง ไสวในความมืด มีปีกขนาดใหญ่ 2 ปีก มีคอสั้นมาก ศีรษะใหญ่ มอธแมนบินโฉบไปมาในหลายสถานที่บริเวณนั้นเพียง 2-3 วัน แต่จากนั้นมาก็ได้มีผู้ที่อ้างว่าพบเห็นมอธแมนนับกว่า 100 ราย โดยเฉพาะที่โรงงานผลิตระเบิดทีเอ็นที สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีทฤษฎีสมคบคิดว่ามอธแมนอาจจะเกี่ยวข้องกับจานบินและมนุษย์ต่างดาวด้วย เนื่องจากที่พอยต์ เพลสเซนต์มีรายงานการพบจานบินอยู่บ่อยครั้งในช่วงเวลานั้น

นอกจากนี้แล้ว ยังเชื่อว่า มอธแมนปรากฏตัวคล้ายกับจะมาเตือนถึงภัยพิบัติที่จะมาถึงล่วงหน้า คล้ายกับร็อด (Rods) เนื่องจากในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1967 สะพานซิลเวอร์บริดจ์ ซึ่งเป็นสะพานเหล็กความยาว 700 ฟุต ที่เชื่อมต่อระหว่าง พอยต์ เพลสเซนต์ กับรัฐโอไฮโอ พังถล่มลงมาในขณะที่แบกรับ การจราจรคับคั่งเอาไว้ ภัยพิบัติดังกล่าวทำให้ มีผู้เสียชีวิต 46 คนและสร้างความเสียหายให้รถจำนานมากที่สัญจรอยู่ ชาวเมืองโทษว่ามอธแมนเป็นตัวการทำให้เกิดเหตุร้ายครั้งนี้ และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นมอธแมนอีกเลย

เรื่องของมอธแมนกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น เมื่อนักเขียนคนหนึ่งชื่อ จอห์น คีล ได้เดินทางมายังชาร์ลส์ตัน พอยต์ เพลสเซนต์ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับมอธแมน เขาได้แต่งหนังสือชื่อ The Mothman Prophecies ขึ้น ซึ่งหนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสิอที่ขายดีเล่มหนึ่ง ต่อมาทางฮอลลีวู้ดก็ได้สร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมอธแมนขึ้นด้วยในปี ค.ศ. 2002 ในชื่อเดียวกัน (ในชื่อภาษาไทยใช้ชื่อว่า ลางหลอน ทูตมรณะ) โดยบทภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากหนังสือเล่มนี้ นำแสดงโดย ริชาร์ด เกียร์ และลอร่า ลินนีย์ กำกับการแสดงโดย มาร์ค เพลลิงตัน โดยริชาร์ด เกียร์ รับบทเป็น จอห์น คลีน (ดัดแปลงชื่อจาก จอห์น คีล)

นอกจากนี้แล้ว ในปี ค.ศ. 2009 สารคดีของดิสคัฟเวอรี่ แชนนอลชุด Lost Tapes ก็ได้มีเรื่องของมอธแมนนี้ด้วย (ในประเทศไทยออกอากาศทางทรูวิชั่นส์ในกลางปีเดียวกัน)

เครดิต http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Mar 11, 2010 7:20 pm

มอธแมนรูปร่างน่ากลัว

Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 23
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Thu Mar 11, 2010 7:24 pm

งืม เห็นด้วย รูปร่างน่ากลัว แต่เราชอบปีกมันในรูปอะ ปีกเค้าทำสวยดี

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Mar 11, 2010 8:35 pm

ลิวาธานในพระคัมภีร์

เพลงสดุดีบทที่ 74 ข้อที่ 13-14
พระองค์ทรงแยกทะเลด้วยฤทธานุภาพของพระองค์ พระองค์ทรงหักหัวมังกรในน้ำ พระองค์ทรงทุบหัวทั้งหลายของเลวีอาธานเป็นชิ้นๆ พระองค์ประทานมันให้เป็นอาหารของคนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร

โยบบทที่ 41 ข้อที่ 1-2
เจ้าจะลากเลวีอาธานออกมาด้วยเบ็ดได้หรือ หรือจะเอาเชือกกดลิ้นของมันลงได้ เจ้าเอาเชือกสนตะพายมันได้หรือ หรือเอาหนามเจาะคางมันได้


อิสยาห์บทที่ 27 ข้อที่ 1
ในวันนั้น พระเยโฮวาห์จะทรงลงโทษด้วยพระแสงอันร้ายกาจ ยิ่งใหญ่ และแข็งแกร่งของพระองค์ต่อเลวีอาธาน ซึ่งเป็นพญานาคที่ฉกกัด คือเลวีอาธานพญานาคที่ขด และพระองค์จะทรงประหารมังกรที่อยู่ในทะเล

***เลวีอาธาน คือ ลิวาธาน นั่นเอง เพราะ คำบางคำจะคล้ายกับในพระคัมภีร์ และแต่ละพระคัมภีร์จะไม่เหมือนกัน (ข้างบนอ้างอิงจาก พระคัมภีร์ KJV) เช่น มารี ในพระคัมภีร์เป็น มารีย์ โยเซฟ พระคัมภีร์เป็นยอแซฟ พระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นคำในพระคัมภีร์ของโปรเตสแตนท์ คาทอลิกเรียกพระจิต โซโลมอน พระคัมภีร์เขียนว่า ซาโลมอน เดวิด พระคัมภีร์ เขียนว่า ดาวิด ในหนังสือวิวิรณ์ คำว่า Dragon โปรเตสแตนท์แปลว่า พญานาค แต่คาทอลิกแปลคำว่า Dragon เป็น มังกร

Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 23
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by Vampire on Fri Mar 12, 2010 8:02 am

งืมๆ

Vampire
C Class
C Class

จำนวนข้อความ : 133
คะแนน : 165
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 30/01/2010
Age : 21
ที่อยู่ : องค์กรลับ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: สัตว์แปลกๆ

ตั้งหัวข้อ by ShiYoWaDe on Fri Mar 12, 2010 9:01 pm

สุโค่ย~~

ShiYoWaDe
F Class
F Class

จำนวนข้อความ : 5
คะแนน : 7
คะแนนชื่อเสียง : 0
Join date : 12/03/2010
Age : 19
ที่อยู่ : ม.โกคุโย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.my.dek-d.com/kika-korn

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ