วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

หน้า 5 จาก 6 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Wed May 18, 2011 8:40 pm

จากแอฟริกา ถ้าให้เดาจากแถบแอฟริกาเหนือรึเปล่าเนี่ย ? llorz
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri May 20, 2011 3:46 pm

น่ากินเหมือนกันนะ รูปภาพสวยจัง
เเถมชื่อมีความหมายหลายอย่างด้วย ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีชื่อมงคลนะเนี่ย
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Sun May 22, 2011 8:22 pm

เพิ่งเคยเห็นพวงชมพู ;w;
สวยมว้ากก ><

ดอกไม้พวกนี้ส่วนใหญ่มาจากทวีปอเมริกาแฮะ =w='a
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Mon May 23, 2011 10:18 pm

อื้ม พวงชมพูก็สวยอ่ะนะ ที่บ้านเราปลูกล้อมรั้วเลย สีชมพูมองเเล้วมันแปลก
อ่ะเเต่ก็สวย
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Mon May 23, 2011 10:24 pm

พึ่งเคยเห็นลูกเสาวรส นะเนี่ย
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Thu May 26, 2011 7:25 pm

อาลัวอันเล็กๆเราว่าอร่อยกว่าแบบที่ทำมาใหญ่ๆอะ มันเลี่ยน - -'
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

งิ้ว อุปรากรจีน

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat May 28, 2011 10:14 am


ประวัติงิ้วในจีน
งิ้วเกิดขึ้น เริ่มต้นสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 1179-1276 ราชวงศ์ซ่งตอนปลายตรงกับสมัยต้นกรุงสุโขทัย) ทางภาคใต้ของจีนมีคณะงิ้วที่มีชื่อได้เปิดการแสดงที่มีบทพูดเป็นโคลงกลอนสลับการร้อง ใช้วงเครื่องดนตรีประกอบการแสดง ทางภาคเหนือนั้น ราวช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 พวกชนเผ่ามองโกลสร้างรูปแบบของงิ้วขึ้นมาเรียกว่า "ซาจู" โดยมักแบ่งการแสดงออกเป็น 4 องค์ โดยตัวละครเอกเท่านั้น ที่จะมีบทร้องเป็นทำนองเดียวตลอดเรื่อง ส่วนตัวประกอบอื่นอาศัยการพูดประกอบขณะที่อุปรากรฝ่ายเหนือเป็นที่นิยมในหมู่ขุนนางชั้นสูง ทางใต้นั้นผู้คนนิยมดูงิ้วที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้าน ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 บ้านเมืองเข้าสู่ความสงบ ผู้คนเริ่มมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้วงการวรรณกรรมเฟื่องฟูไปด้วย ซึ่งส่งผลทำให้บทร้องอุปราการสละสลวยยิ่งขึ้น โดยนายเหว่ย เหลียงฟุ (ค.ศ. 1522-1573) นำนิยายพื้นบ้านดังๆเรียกว่า "คุนฉู" มาเขียนเป็นบทร้อง มีสไตล์การร้องที่อ่อนหวาน ใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้นส่วนใหญ่คือกลองและขลุ่ยไม้ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 เกิดอุปรากรแบบใหม่ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบของงิ้วปัจจุบัน อุปรากรดังกล่าวเป็นที่แพร่หลายนับตั้งแต่เปิดการแสดงในงานฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของเฉียนหลงฮ่องเต้ (ครองราชย์ ค.ศ. 1735-1796) ในจำนวนคณะงิ้วที่เข้ามาแสดงเหล่านี้รวมถึงคณะของนายเว่ย จางเฉิน จากเสฉวน ซึ่งนำเทคนิคการแสดงงิ้วแบบใหม่ๆ เข้ามาเผยแพร่ในเมืองหลวง จนกระทั่งสมัยปลายราชวงศ์ชิง งิ้วจึงมีลักษณะต่างๆ ออกไปหลายร้อยแบบ ทั้งในด้านการร้อง การจัดฉากเพลง แต่ส่วนใหญ่นำเนื้อเรื่องมาจากคุนฉู หรือนิยายที่เป็นที่นิยมนั่นเอง สมัยของพระนางซูสีไทเฮา การแสดงงิ้วในเมืองจีนถือว่าได้รับความนิยมสูงสุด จนกระทั่งสิ้นสมัยของพระนาง คณะงิ้วที่เคยได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูจากราชสำนักและขุนนางต่างๆ ก็ต้องหันมาพึ่งตัวเองและแพร่ขยายออกไปสู่ประชาชนทั่วไปมากขึ้น (พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดการดูงิ้วมากหากลองไปดูภาพยนตร์หรือละครเรื่องซูสีไทเฮาภาคต่างๆ)

ประวัติงิ้วในสยาม
การแสดงงิ้วมีมาในเมืองสยามเมื่อใดไม่ทราบแน่ชัด แต่หลักฐานการแสดงงิ้วในสยามที่เก่าที่สุดที่ คือ จดหมายเหตุเดอ ลาลูแบร์ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครั้งมีการอัญเชิญพระแก้วมรกตล่องน้ำมายังพระนคร นอกจากขบวนแห่จะมี โขน ละคร ดนตรีปี่พาทย์แล้ว ยังมีคณะงิ้วอีก 2 ลำเรือแสดงล่องลงมาด้วยกันอีกด้วย การแสดงงิ้วในสยาม ได้รับความนิยมสูงสุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) โดยสมัยนั้นมีทั้งคณะของทั้งสยามและจีน และยังมีการเปิดโรงเรียนสอนงิ้วและมีโรงงิ้วแสดงเป็นประจำมากมายบนถนนเยาวราช

จาก
th.wikipedia.org
www.youtube.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Sun May 29, 2011 6:45 pm

รสชาติอร่อยดี นะ เเต่เราเคยปลูกด้วยล่ะเเต่ต้นมันหายไปไหนเเล้วไม่รู้
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Thu Jun 02, 2011 7:37 pm

อ่า ได้ยินทุกปีแต่ไม่เคยจำได้ซักที TvT *ซึม*
ชอบรูปติดตั้งมะเร็งอะ โดน ! ><
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

การไฟฟ้าในสยาม ครั้งแรกที่สยามมีการใช้ไฟฟ้า

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Jun 09, 2011 6:57 pm


ภาพตะเกียงเจ้าพายุ
แสงสว่างยามค่ำคืนของสยามในอดีต
ชาวสยามในอดีตอาศัย เทียนไขและตะเกียง ในการให้แสงสว่างในตอนกลางคืน บางทีก็เอาหญ้าปล้องมาแซะเอาไส้ออกแล้วตากแดดไว้ให้แห้ง เพื่อเอาไปทำไส้ตะเกียงส่วนผู้ที่มีฐานะดีสักหน่อยก็ใช้ ้ตะเกียงน้ำมันก๊าด เป็นโคมชนิดที่มีหูหิ้วที่เรียกกันว่า "ตะเกียงรั้ว" ที่เรียกกันเช่นนี้ก็เพราะเมื่อแรกสั่งเข้ามาใช้นั้นเอามาจุดประดับตามรั้วเวลา มีงาน รอบตะเกียงรั้วมีโป๊ะแก้วกันลมได้ ตะเกียงอีกชนิดหนึ่งเรียกกันว่า "ตะเกียงแมงดา" มีลักษณะกลม ๆ นูนเล็กน้อย
และค่อนข้างแบนคล้ายรูปแมงดา ในหม้อมีน้ำมันก๊าดบรรจุอยู่ ประเทศไทยเริ่มใช้น้ำมันก๊าดตั้งแต่ พ.ศ. 2417 และใช้น้ำมันเบนซินพร้อมๆ กับสั่งรถยนต์เข้ามาในปี 2447 มีท่อเล็กๆ ต่อหม้อน้ำมันบงมาที่ปลายท่อมีรูเล็กๆ เรียกว่า นมหนูเมื่อน้ำมันหยดลงมาตะเกียงก็จะสว่างขึ้น นอกจากนี้ยังมีตะเกียงลานที่ไขลานให้หมุนใบพัดเป่าลม ให้เปลวไฟตั้งตรงทำให้แสงไฟไม่วูบวาบเย็นตาและไม่มีควัน ส่วนตะเกียงเจ้าพายุก็มีการใช้อยู่ทั่วไป

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทคือสถานที่แห่งแรกในสยามที่มีการใช้ไฟฟ้า
ประวัติไฟฟ้าในสยาม
ส่วนไฟฟ้าในสยาม เริ่มครั้งแรกเมื่อ จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ครั้งยังเป็น จมื่นไวยวรนาถ เป็นอุปทูตได้เดินทางไปกับเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ และได้เห็นกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส สว่างไสวไปด้วยไฟฟ้า เมื่อกลับมาสยามจึงคิดว่า เมืองสยามน่าจะมีไฟฟ้าใช้แบบเดียวกับอารยประเทศ และการนี้จะทำให้สำเร็จได้คงต้องเริ่มภายในพระบรมมหาราชวังและบ้านเจ้านายก่อน จึงได้นำความขึ้นกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 แต่มีพระราชดำรัสว่า "ไฟฟ้าหลังคาตัดข้าไม่เชื่อ" เมื่อเป็นเช่นนี้ จมื่นไวยวรนาถ ก็ตระหนักว่าก่อนที่จะ
เริ่มดำเนินการจำเป็นต้องหาวิธีจูงใจให้ผู้ที่ไม่เคยเห็นเคยใช้ไฟฟ้าเกิดความนิยม ขึ้นก่อน จึงนำความไปกราบบังคมทูลพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นเทววงศ์วโรปการ ขอให้ช่วยกราบทูล สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวีให้ทรงรับซื้อที่ดิน ซึ่งได้รับมรดกจากบิดา ณ ตำบลวัดละมุด บางอ้อ ได้เป็นเงิน 180 ชั่ง หรือ 14,400.00 บาท ปรากฏว่าเป็นผลสำ เร็จ แล้วให้ นายมาโยลา ชาวอิตาเลียนที่มารับราชการเป็นครูฝึกทหารเดินทางไปซื้อเครื่องจักรและเครื่องไฟฟ้าที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2427 โดยให้ซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาสองเครื่อง เพื่อจะได้ผลัดเปลี่ยนกันได้ และซื้อสายเคเบิ้ลสำหรับฝังสายใต้ดินจากโรงทหารม้า (ปัจจุบันคือ กระทรวงกลาโหม) ไปจนถึงพระบรมมหาราชวัง และจัดซื้อโคมไฟชนิดต่าง ๆ เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2427 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาปรากฏว่าไฟฟ้าเป็นที่นิยมกันแพร่หลาย ทั้งในราชสำนัก วังเจ้านาย และชาวบ้านผู้มีอันจะกิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดพระราชทานเงินที่ใช้จ่าย ในการติดตั้งไฟฟ้าคืนให้จมื่นไวยวรนาถจึงวางแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนในกรุงเทพฯได้ใช้ไฟฟ้า แต่เกิดมีราชการ
สงครามต้องไปปราบฮ่ออยู่เป็นเวลานานเรื่องเลยระงับไว้ อย่างไรก็ตามไฟฟ้าก็เป็นที่นิยมกันแพร่หลาย

ขอขอบพระคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
gotoknow.org
www.mea.or.th
www.oknation.net

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตะลิงปลิง พืชสมุนไพรชายฝั่งทะเลบราซิล

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat Jun 11, 2011 8:19 pm



ประวัติตะลิงปลิง
ตะลิงปลิงเป็นไม้ผล มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบชายฝั่งทะเลของบราซิล ใช้ทำยาและอาหารได้ ตะลิงปลิงเข้ามาในเมืองสยามเมื่อใดไม่ทราบแน่ชัดแต่ปรากฏในวรรณคดีตามเสด็จไทรโยค ของ ร. 5 ว่า

“…ส้มโอหล่นจากต้นตะลิงปลิง
ลงกองกลิ้งอยู่สล้างข้างพุทรา…”


จาก
gotoknow.org
www.tourthai.com
www.wangtakrai.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Mon Sep 12, 2011 6:09 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขรูปภาพ)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Sun Jun 12, 2011 8:02 pm

ตามอ่านแทบไม่ทันจริงๆแหละ =[]=" *ทรุด*

แต่ว่า..ตะเกียงเจ้าพายุนี่ชื่อน่ากลัวจริงๆ =3="
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Sun Jun 12, 2011 9:17 pm

ตะลิงปลิงเคยกินอยู่อ่ะนะ เเค่คำเดียวเท่านั้นกัดเเล้วคายทิ้งเปรี้ยวมากๆ
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Tue Jun 14, 2011 10:18 pm

โอ้ รถไฟฟ้าใต้ดินที่เก่าเเก่ที่สุดในโลกอยู่ที่กรุงลอนดอน
หรือนี่ เเต่กว่าจะมีในประเทศไทยก็นาน เหอๆ
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Jun 17, 2011 9:44 pm

อ้อระบำฉิ่งเป็นแบบนี้หรือนี่
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by IceDraGon on Sat Jun 18, 2011 4:43 pm

เห็นโรงแรมโฮชิแล้วอยากไปพักบ้างจัง เปิดมาตั้ง1000กว่าปี
avatar
IceDraGon
D Class
D Class

จำนวนข้อความ : 62
คะแนน : 85
คะแนนชื่อเสียง : 9
Join date : 06/03/2010
Age : 22
ที่อยู่ : บ้าน

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by IceDraGon on Tue Jun 21, 2011 8:19 pm

ที่บ้านมีไข่นกกระจอกเทศเหมือนกันค่ะ วาดรูปลงไปได้ด้วย
avatar
IceDraGon
D Class
D Class

จำนวนข้อความ : 62
คะแนน : 85
คะแนนชื่อเสียง : 9
Join date : 06/03/2010
Age : 22
ที่อยู่ : บ้าน

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Jun 24, 2011 9:34 pm

โอ้ นี่เองที่เป็นความหมายของคำว่าสวัสดีที่เราใช้กัน
ณ ปัจจุบันนี้ lol!
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Sun Jun 26, 2011 1:53 pm

กะหล่ำปลีน่ากินจัง เเต่เห็นเค้าบอกว่ากินเเล้ว
จะเป็นหมันไม่รู้จริงหรือเปล่า อิอิ
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Sun Jun 26, 2011 7:33 pm

เห็นแล้วนึกถึงตอนม.1ที่ครูให้ปลูกคู่กับผักบุ้งแฮะ =[]=!
*ความทรงจำแสนทรหด* llorz
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Sun Jun 26, 2011 9:31 pm

555 เราก็โดนให้ปลูก เราลงทุนนั่งลงไปกับดินเร้ย
อาจาร์ย จะได้เห็นความพยายาม 555
สรุปวันนั้น เละ ทั้งตัว
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Wed Jul 13, 2011 1:57 pm

อ่านบัวตองแล้วนึกถึงยูคาลิปตัสแฮะ llorz

เพิ่งรู้ว่ามังคุดมีอยู่พันธุ์เดียว ฮ่าๆ TvT;
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

การประปา ประวัติอันยาวนาน

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Jul 15, 2011 9:24 am


ภาพตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ในปัจจุบัน
สถานที่แห่งแรกในสยามที่เริ่มมีการประปา

ประวัติน้ำประปา
การประปาแรกสุดของประเทศสยามนั้นเกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บาทหลวงชาวอิตาเลียน 2 คน ที่ชำนาญงานระบบระบายน้ำคือ ฮอมัส วาลกัวเนรา และดาโกลี พัฒนาน้ำในทะเลชุบศร เช่นสร้างเขื่อนกั้น วางท่อส่งน้ำไปใช้ตามพระที่นั่งทุกแห่ง บ้านหลวงรับราชทูต วัดพุทธศาสนาและศาสนสถานของคริสต์ศาสนา บ้านเรือนขุนนาง นอกจากน้ำจากทะเลชุบศรแล้ว ยังได้ต่อท่อนำน้ำจากซับเหล็กที่ไหลซึมออกมาจากซอกเขาห่างจากตัวเมืองลพบุรี ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 12 กิโลเมตร นี่คือการปะปายุคแรกของไทยแต่ทว่าพอสิ้นรัชสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช การประปาในสยามครั้งนั้นจึงต้องหยุดชะงัก จนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 เสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้ง ทรงพระราชดำริว่า กรุงเทพฯ น่าจะมีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2440 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดสุขาภิบาลขึ้นและจัดตั้งกรมสุขาภิบาลด้วย และได้ว่าจ้างช่างผู้ชำนาญการประปาจากฝรั่งเศส ชื่อ นายเดอลาม โฮเตียร์ มาจัดทำแผนงานเรื่องวิธีการทำน้ำประปากระทรวงเกษตราธิการ ซึ่งมีหน้าที่จัดการทดน้ำเพื่อการเพาะปลูก และต่อมานำน้ำดิบ ที่ได้ดำเนินการผ่านขบวนการกรองสะอาดแล้ว ก็โปรดเกล้าฯให้เรียก Water Supply ว่า “ประปา” จากคำภาษาสันสกฤต โดยในวันที่ 13 กรกฏาคม พ.ศ.2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศพระบรมราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมสุขาภิบาลจัดการที่จะนำน้ำมาใช้ในพระนครตามแบบอย่างที่สมควรแก่ภูมิประเทศการที่จะต้องจัดทำนั้นคือ

1. ให้ตั้งทำที่น้ำขังที่คลองเชียงราก แขวงเมืองปทุมธานี อันเป็นที่พ้นเขตน้ำเค็มขึ้นถึงทุกฤดู

2. ให้ขุดคลองแยกจากที่ยังน้ำนั้นเป็นทางน้ำลงมาถึงคลองสามเสนฝั่งเหนือ ตามแนวทางรถไฟ

3. ตั้งโรงสูบขึ้น ณ ที่ตำบลนั้น สูบน้ำขึ้นยังที่เกรอะกรองตามวิธีให้น้ำสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งซึ่งจะเป็นเชื้อโรคแล้วจำหน่ายน้ำไปในที่ต่างๆ ตามควรแก่ท้องที่ของเขตพระนคร กิจการอย่างนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เรียกตามภาษาสันสกฤต เพื่อจะให้เป็นคำสั้นว่า "การประปา"

ภาพเมืองละโว้หรือลพบุรีสมัยสมเด็จพระนรายณ์มหาราช
เมืองแรกของสยามที่มีการประปาครั้งแรก

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
lopburi.mots.go.th
www.mwa.co.th
www.mwater.in.th
www.thaitambon.com
www.ulib.niu.edu

ภาพท่อประปาในพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Fri Jul 29, 2011 6:34 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: วัฒนธรรมและชาวต่างชาติในสยาม

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Jul 15, 2011 9:39 pm

โอ้เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าการประปาก็มีประวัติด้วย เหอๆ
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 19
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ธนบัตรเงินกระดาษที่ไม่ใช่กระดาษ

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Jul 22, 2011 6:39 pm


ประเทศที่เริ่มใช้ธนบัตรครั้งแรกคือประเทศจีนโดยเริ่มมีธนบัตรครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ถัง (ราชวงศ์ถังอยู่ในช่วง ค.ศ. 618-907 ประเทศไทยตรงกับสมัยหริภุญชัย กรุงสุโขทัยยังไม่ถือกำเนิด) ธนบัตรในสยามเริ่มมีการใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 โดยได้มีการใช้ "เงินกระดาษ" เป็นครั้งแรก แต่ยังไม่ได้เรียกว่า "ธนบัตร" ใช้คำว่า "หมาย" เรียกแทน โดยออกใช้เมื่อ พ.ศ. 2396 และคงใช้ต่อมาทั้งสิ้น 3 รุ่น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศใช้ "ตั๋วกระดาษ" ราคา 1 อัฐ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2417 เพื่อใช้แทนเงินเหรียญกษาปณ์ที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า "อัฐกระดาษ" ที่ใช้เรียกขานกันในหมู่ประชาชน ต่อมาในปี พ.ศ. 2432-2442 ทรงอนุญาตให้ธนาคารต่างประเทศที่เข้ามาเปิดสาขาดำเนินงานในประเทศไทย คือ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้, ธนาคารชาเตอรด์แห่งอินเดีย ออสเตรเลีย และจีน และธนาคารแห่งอินโดจีน ให้สามารถออกธนบัตรของตัวเองได้ เรียกว่า "แบงก์โน้ต" หรือ "แบงก์" นับว่าเป็น "บัตรธนาคาร" รุ่นแรกๆ ที่มีใช้ในประเทศไทย จนถึงวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2445 จึงทรงให้ยกเลิก และประกาศใช้ "ธนบัตร" แบบแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในปัจจุบันธนบัตรนั้นไม่ใช่กระดาษ (ในอดีตเป็นกระดาษจริง) แต่เป็นผ้าและวัสดุสังเคราะห์ แต่ละประเทศจะมีวิธีการทำธนบัตรแตกต่างกันไป

จาก
en.wikipedia.org
th.wikipedia.org
www.dek-d.com
www.pantip.com
www.samgler.org


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Mon Nov 07, 2011 1:24 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขรูปภาพ)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 5 จาก 6 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ