เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธาราม มหาวิทยาลัยแห่งแรก

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Wed Feb 16, 2011 8:33 pm


ประวัติ
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร /-เชดตุพนวิมนมังคฺลาราม-/ หรือ วัดโพธิ์ เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย วัดพระเชตุพนในประวัติการสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการสร้าง เดิมเรียกว่า "วัดโพธาราม" หรือ "วัดโพธิ์" ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นวัดประจำรัชกาลในรัชกาลที่ 1 ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลกเมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2551 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์ พระเจดีย์ที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในแง่ของการท่องเที่ยวแล้ว วัดโพธิ์ได้รับความนิยมเที่ยวเป็นลำดับที่ 24 ของโลก ในปี พ.ศ. 2549 โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนในปีนั้นถึง 8,155,000 คน


ขอขอบพระคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
th.wikipedia.org
www.dhammajak.net
www.youtube.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์แห่งแรกของไทยที่มีอะไรมากกว่าที่คิด

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Feb 17, 2011 8:37 pm


ประวัติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2440 ได้ทอดพระเนตรกิจการสวนสัตว์ของต่างประเทศว่าเป็นสถานที่ให้ความเพลิดเพลิน และให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์อย่างดี ดังนั้นหลังจากเสด็จนิวัติประเทศไทยจึงมีพระราชดำริ ให้จัดสร้างขึ้นในประเทศไทยบ้าง โดยในขั้นต้นโปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระใหญ่ในบริเวณเขตพระราชฐาน พระราชอุทยานสวนดุสิต ประกอบด้วยคูคลองระบายน้ำและถนน แล้วนำดินขึ้นมาก่อเป็นเนินเขา เกาะกลางน้ำ เรียกว่า เขาดิน ปลูกพรรณไม้นานาชนิดให้มีสภาพป่าแบบธรรมชาติ สร้างขึ้นเป็นสวนพฤกษชาติ และเลี้ยงสัตว์จำนวนไม่มากนัก สำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนพระองค์ และข้าราชบริพารฝ่ายใน เรียกว่า วนา รวมอาณาเขตส่วนนี้ทรงโปรดเรียกว่า เขาดินวนา ประมาณปี พ.ศ. 2481 สวนสัตว์เขาดินวนา ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสวนสัตว์ดุสิตในที่สุด


เวลาทำการ 08.00-18.00 น. ทุกวัน

การเดินทาง
รถประจำทางสาย 18,28,108
รถประจำทางปรับอากาศสาย 515, 528, 539, 542


ราคาการเข้าชม
ผู้ใหญ่ 50 บาท
ปวส. - มหาวิทยาลัย 30 บาท
ครู ทหาร ตำรวจ(ในเครื่องแบบ) 30 บาท
เด็กเล็ก - ปวช. 10 บาท
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ภิกษุ สามเณร และคนพิการ เข้าชมฟรี
ชาวต่างชาติ
ผู้ใหญ่ 100 บาท
เด็ก 50 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
พระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน
พระที่นั่งวิมานเมฆ
พระที่นั่งอนันตสมาคม


ขอขอบพระคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
kanchanapisek.or.th
www.dusitzoo.org
www.tripandtrek.com
www.youtube.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Thu Feb 17, 2011 10:33 pm

เหอ ๆ 7 สิ่งมหัศจรรย์ ที่สวนสัตว์ดุสิต
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

แม่นาคพระโขนง นิทานพื้นบ้านกรุงเทพมหานครฝั่งพระนคร

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Feb 18, 2011 10:35 am


เกริ่น
แม่นาคพระโขนง จัดเป็นนิทานพื้นบ้านภาคกลาง เพราะเหตุการณ์เรื่องแม่นาคพระโขนง เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีตายทั้งกลมที่เป็นที่รู้จักกันดีเรื่องหนึ่งของไทยเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันมี ศาลแม่นาค ตั้งอยู่ที่ วัดมหาบุศย์ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร


เนื้อเรื่อง
มีสามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันที่ย่านพระโขนง สามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาค ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนนางนาคตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีหมายเรียกให้ไปเป็นทหารประจำการที่บางกอก นางนาคจึงต้องอยู่ตามลำพัง

เวลาผ่านไป ท้องของนางนาคก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนาคไม่ยอมกลับหัว และคลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนาคเจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนาคก็ทานความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม

หลังจากนั้น ศพของนางนาคได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์ ส่วนนายมากเมื่อปลดประจำการก็กลับจากบางกอกมายังพระโขนงโดยที่ยังไม่ทราบความว่าภรรยาของตัวได้หาชีวิตไม่แล้ว นายมากกลับมาถึงในเวลาเข้าไต้เข้าไฟพอดี จึงไม่ได้พบชาวบ้านเลย เนื่องจากบริเวณบ้านของนางนาค หลังจากที่นางนาคตายไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวผีนางนาคซึ่งต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน และมีความดุร้ายเป็นยิ่งนัก

ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน นางนาคก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อภรรยา เพราะรักภรรยา ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมากจะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าภรรยาตัวเองตายไปแล้ว จนวันหนึ่งขณะที่นางนาคตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนาคทำสาก (แต่เคยยินว่าบางทีเป็นมะนาว) ตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บสากที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าภรรยาตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน

นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาค โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่วแล้วเอาดินอุดไว้ ตกกลางคืนทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหลออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา จากนั้นจึงแอบหนีไป นางนาคเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนาคตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนาคไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนาคไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาค ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนาคก็ถูกหมอผีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่

จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งที่ไม่รู้เรื่องเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เก็บหม้อที่ถ่วงนางนาคได้ขณะทอดแหจับปลา นางนาคจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนาคถูกเคาะออกมาทำปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัดโบราณ) เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนาคสู่สุคติ หลังจากนั้น ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไปยังเจ้าของอื่นๆ อีกหลายมือ ตำนานรักของนางนาค นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผู้ฟังอย่างมิรู้คลาย กับความรักที่มั่นคงของนางนาคที่มีต่อสามี แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้


ภาพพีททองเจือและครอบครัว ผู้ที่สืบเชื้อสายของแม่นาค

ทายาทผู้สืบเชื้อสายจากแม่นาคยังอยู่!!!
พีท ทองเจือ ไขความลับ เชื่อเป็นทายาทแม่นาคพระโขนง ไล่นับญาติมีศักดิ์เป็นเหลน-โหลน ยืนยันบ้านปัจจุบันเป็นหลังเดียวกับของแม่นาค อ้างพบสาวห่มสไบมาหาบ่อยครั้ง ประกาศจะตามหาหน้าผากแม่นาคเพื่อบูชา นอกจากนั้น เขายังอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับบ้านในปัจจุบัน ที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของแม่นาคเมื่อในอดีต พีท ทองเจือ ได้เล่าถึงที่มาโดยอ้างต้นตระกูลนั้นสืบเชื้อสายมาจากตระกูลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งแม่นาคถือเป็นญาติฝ่ายคุณยาย นับญาติกันแล้วพีทมีศักดิ์เป็นเหลนหรือโหลนของแม่นาค ที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 2 (พีท ทองเจือ อาจสืบเชื้อสายมาจากญาติของแม่นาคได้ เพราแม่นาคตายทั้งกลม) นอกจากนี้ เมื่อพีท ทองเจือยังเป็นเด็ก ยังได้รับคำบอกเล่าจากคุณตาคุณยายว่า ประมาณ 30 ปีที่แล้ว ช่วงที่น้าสาวตั้งท้อง คืนหนึ่งมีคนมาเคาะที่หน้าต่างแล้วบอกขอแลกลูกที่อยู่ในท้อง สุดท้ายน้าสาวต้องทิ้งบ้านไป กระทั่งลูกโตจึงค่อยกลับมา ซึ่งพีท ทองเจือยังยืนยันเชื่อว่าแม่นาคมีอยู่จริง เพียงแต่ผู้สร้างหนังและละครไปตีความแม่นาคว่าเป็นผีที่ดุร้ายน่ากลัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่จริงแล้วแม่นาคเป็นเรื่องของความรักที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีต่อชาย


ศาลแม่นาคพระโขนง ในวัดมหาบุศย์ ซอยสุขุมวิท 77 (ถนนอ่อนนุช)
ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตสวนหลวงมิใช่เขตพระโขนง


ขอขอบพระคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
th.wikipedia.org
www.dek-d.com
www.kapook.com
www.kohsichangresort.com
www.momypedia.com
www.youtube.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sun Sep 11, 2011 1:48 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขรูปภาพ)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Feb 18, 2011 11:57 am

โอ้ช่างเป็นความรักที่ ยั่งยืนเเท้
ซึ้งเลยอ่ะ
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Feb 18, 2011 12:04 pm

ว่าเเต่ยังมีเชื้อสายของเเม่นาคอีกเหรอนี่
โอ้ ไม่น่าเชื่อ 0-0
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Feb 18, 2011 10:57 pm


คลิปเสียงซ่าไปหน่อย
แนะนำ ควรปิดเสียงเวลาชมด้วย


เกริ่น
เป็นศาลที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ตามธรรมเนียมพิธีพราหมณ์ว่า ก่อนที่จะสร้างเมืองจะต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร


ภาพภายในศาลหลักเมือง

ประวัติ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ได้โปรดเกล้าให้กระทำพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ตรงกับวันที่ 21 เมษายน ปีพุทธศักราช 2325 เวลา 6.54 นาฬิกา การฝังเสาหลักเมืองมีพิธีรีตองตามพระตำราที่เรียกว่า พระราชพิธีนครฐาน ใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง ประกับด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ที่มี เส้นผ่าศูนย์กลางวัดที่โคนเสา 29 เซนติเมตร สูง 187 นิ้ว กำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน 108 นิ้ว ฝังลงในดินลึก 79 นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูม สวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าให้ขุดเสาหลักเมืองเดิม และจัดสร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ทดแทนของเดิมที่ชำรุด เป็นแกนไม้สัก ประกับนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ 6 แผ่น สูง 108 นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง 70 นิ้ว บรรจุดวงเมืองในยอดเสาทรงมัณฑ์ที่มีความสูงกว่า 5 เมตร และอัญเชิญหลักเมืองเดิม และหลักเมืองใหม่ ประดิษฐานในอาคารศาลหลักเมืองที่สร้างใหม่ มียอดปรางค์ ก่ออิฐฉาบปูนขาว ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพุทธศักราช 2395 ศาลหลักเมืองได้รับการปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2523 มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมการเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 200 ปี พ.ศ. 2525 ศาลหลักเมืองได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม ด้านทิศเหนือจัดสร้างซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5 คือเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง


ภาพด้านนอกของศาลหลักเมือง

ตำนานอิน-จัน-มั่น-คง
มีเรื่องเล่าสืบกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ว่าในพิธีสร้างพระนคร ต้องทำพิธีฝังอาถรรพ์ 4 ประตูเมือง และ พิธีฝังเสาหลักเมือง การฝังอาถรรพ์ กระทำด้วยการป่าวร้องเรียกผู้คนที่มีชื่อ อิน-จัน-มั่น-คง ไปทั่วเมือง เมื่อชาวเมืองผู้เคราะห์ร้ายขานรับ ก็จะถูกนำตัวมาสถานที่ทำพิธี และถูกจับฝังลงหลุมทั้งเป็น ทั้ง 4 คน เพื่อให้วิญญาณของคนเหล่านั้นอยู่เฝ้าหลักเมือง เฝ้าประตูเมือง เฝ้าปราสาท คอยคุ้มครองบ้านเมือง ป้องกันอริราชศัตรูและปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บมิให้เกิดแก่คนในนคร เรื่องเล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ไม่ได้มีการบันทึกในพงศาวดาร

การเดินทาง
รถเมล์ สาย 1, 3, 9, 15, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 64, 80, 82, 91, 201, 203
รถปรับอากาศ สาย 503, 508, 512

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้คียง
กระทรวงกลาโหม
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

ขอขอบพระคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
th.wikipedia.org
www.dhammathai.org
www.kapook.com
www.sanook.com
www.youtube.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Feb 18, 2011 11:14 pm

โอ้ศาลหลักเมืองสวยจังเลยล่ะ
เเต่น่าสงสารจังที่ต้องนำคนมาฝังทั้งเป็น
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) และพระแก้วมรกต

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sun Feb 20, 2011 7:38 pm


ประวัติวัด
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง เช่นเดียวกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่นำมาจากกรุงเวียงจันทร์ แต่แท้ที่จริงแล้ว พบเจอวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย และเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เพราะมีแต่ส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส


ภาพพระแก้วมรกต 3 ฤดู จากทางซ้ายคือฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว

ประวัติพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)
พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหยกอ่อนสีเขียวดังมรกต ไม่ใช่มรกตจริงๆ ในตามตำนานพระแก้วมรกตนั้นถือกำเนิดในอินเดีย แต่ในทางศิลปะแล้วพบว่า เป็นพระพุทธรูปสกุลศิลปะก่อนเชียงแสนถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ เมืองเชียงแสน (ปัจจุบันคือวัดพระแก้วงามเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย) สภาพเป็นพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง แต่เมื่อพระสงฆ์อัญเชิญออกจากพระเจดีย์ จู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมาทำให้ปูนบริเวณพระนาสิกเกิดกระเทาะออก เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงกระเทาะปูนออกทั้งองค์ เห็นเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์ หลังจากนั้น พระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ทราบข่าวการค้นพบพระพุทธรูปนี้ จึงเชิญมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่ช้างทรงพระแก้วมรกตกลับไม่เดินทางไปยังเชียงใหม่ แต่ไปทางลำปางหากช้างนั้นมีพระแก้วมรกตอยู่บนหลังช้าง เชียงใหม่เห็นว่าลำปางก็อยู่ในอาณาจักรล้านนาจึงนำไปไว้ที่วัดพระแก้วดอนเต้า ถึงสมัยพระเจ้าติโลกราช ได้เชิญพระแก้วมรกตมายังเชียงใหม่ สร้างปราสาทประดิษฐานไว้แต่ถูกฟ้าผ่าหลายครั้ง ครั้นเมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งล้านช้างซึ่งเป็นญาติกับราชวงศ์ล้านนามาครองเมืองเชียงใหม่ เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาเสด็จกลับหลวงพระบาง ก็เชิญพระแก้วมรกตไปด้วยพร้อมกับพระพุทธสิหิงค์ ทางเชียงใหม่ขอคืนก็ได้แต่พระพุทธสิหิงค์ เมื่อล้านช้างย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางมาเวียงจันทน์ก็เชิญพระแก้วมรกตลงมาด้วย ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง พระองค์ได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบาง มาจากอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ (ลาว) ในครั้งนั้นประดิษฐานไว้ที่วัดอรุณราชวราราม ต่อมาเมื่อสิ้นรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรลงบุษบกในเรือพระที่นั่ง เสด็จข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มาประดิษฐานยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงปัจจุบัน ส่วนพระบางพระราชทานคืนให้แก่ลาว


ภาพวัดพระแก้วในยามค่ำคืน

จาก
th.wikipedia.org
www.moohin.com
www.palungjit.com
www.youtube.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sat Jul 30, 2011 9:56 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Sun Feb 20, 2011 8:10 pm

โอ้ภาพพระเเก้วมรกต 3 ฤดูสวยจังเลย
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Mon Feb 21, 2011 12:12 pm

ภาพพระเเก้วในยามค่ำคืน ชั่งงดงามยิ่งเเท้
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

วัดสวนพลู กุฎิขนมปังขิง

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Fri Mar 25, 2011 6:19 am


ประวัติ
เป็นวัดที่ขึ้นเมื่อ ประมาณ ปี พ.ศ. 2340 วัดสวนพลูมีหลวงพ่อพระป่าเลไลย์ แห่งวัดสวนพลู ซึ่งท่านได้ก่อปาฏิหาริย์ช่วยให้ชาวบ้านที่ไปหลบภัยที่บริเวณรอบองค์ท่าน ให้รอพ้นจากลูกระเบิดที่ทิ้งมาจากเครื่องบิน ส่วนวิหารในวัดสวนพลูดัดแปลงมาจากหอไตรเก่า ซึ่งเป็นไม้สักทองทั้งหลังจัดสร้างใหม่อย่างสวยงาม สำหรับเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน นอกจากนี้ที่ยังมีกุฏิแบบขนมปังขิงให้ชมอีกด้วย

การเดินทาง
สองแถว 1271
รถไฟฟ้าบีทีเอสสะพานตากสิน
อยู่ระหว่างท่าน้ำสาทรกับท่าน้ำโอเรียนเต็ล
รถประจำทางผ่านหลายสายเช่น 1, 17, 35, 75, 77, 541 ปอ. 504

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
ตลาดบางรัก
อาสนวิหารอัสสัมชัญ

ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก
www.thaitambon.com
www.youtube.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sun Sep 11, 2011 1:50 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : แก้ไขคลิป)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Fri Mar 25, 2011 9:28 am

กุฎิขนมปังขิง =A='a คือยังไงอะคะ llorz

(แบบว่าเป็นพวกเข้าใจอะไรยาก lllllOTL)
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Mar 25, 2011 12:15 pm

เอ้ โอ้แปลกจังเรือนไทยจิมมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติหรือนี่
เเถมยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทอุตสาหกรรมผ้าไหมอีก สุดยอด^^
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

วัดราชนัดดาราม โลหะปราสาทที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งเดียวในโลก

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Apr 07, 2011 8:51 am


ประวัติ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ร. 3 ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2389 บนสวนผลไม้เก่าเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ พระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างโลหะปราสาท แทนการสร้างเจดีย์ นับเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลก (ที่อินเดีย พังทลายไปหมดแล้ว ส่วนที่ศรีลังกาเหลือเพียงแค่ฐาน) โดยสร้างเป็นอาคาร 7 ชั้น มียอดปราสาท 37 ยอด หมายถึงโพธิปักขิยธรรมในพระพุทธศาสนา 37 ประการ ยอดปราสาทชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กลางปราสาทเป็นช่องกลวง มีบันไดเวียน 67 ขั้น ให้เดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้ สำหรับสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในวัดราชนัดดารามนี้ก็ยังเป็นแบบไทย พระอุโบสถเป็นมีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกงดงาม ภายในประดิษฐานพระประธานพระนามว่า "พระเสฏฐตมมุนี" ส่วนพระวิหารก็เป็นศิลปะแบบไทยเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นประธาน พระนามว่า "พระพุทธชุติธรรมนราสพ" แต่เดิมโลหะปราสาทไม่ได้ตั้งเด่นเป็นสง่าเมื่อผ่านมาทางถนนราชดำเนินเหมือนในปัจจุบัน เพราะมีการก่อสร้างโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย หัวมุมถนนราชดำเนิน ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาใน พ.ศ. 2532 จึงได้มีการรื้อศาลาเฉลิมไทย เพื่อเปิดมุมมองทางเข้าเกาะรัตนโกสินทร์จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อสร้างเป็น ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้าง จัดสร้างพลับพลาที่ประทับ เพื่อที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรับแขกบ้านแขกเมือง เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ซึ่งต่อมาคือ ร. 3


สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
ป้อมมหากาฬ
วัดเทพธิดารามวรวิหาร

การเดินทาง
สะดวกสุดลงท่าเรือคลองแสนแสบสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
รถประจำทาง 2, 9, 39, 44, 68, 79, 503, 511, 512, 516, ปอ.พ. 1, 8 และ10


ขอขอบพระคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
blog.eduzones.com
maps.google.co.th
th.wikipedia.org
www.panyathai.or.th
www.youtube.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sat Jul 30, 2011 10:17 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ตำหนักปลายเนิน 1 ปี เปิด ครั้งเดียว 29 เมษายานของทุกปี

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Mon Apr 25, 2011 11:16 am


ข้อมูลทั่วไป
พิพิธภัณฑ์ ตำหนักปลายเนิน ตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย แต่เดิมเป็นพระตำหนักที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวในเบื้องแรก ปัจจุบันตำหนักปลายเนินนี้ได้ใช้เป็นสถานที่จัดงานวันนริศฯ โดยมูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ซึ่งจัดเป็นประจำในวันที่ 28 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จฯ กรมพระนริศฯ ในวันที่ 29 เมษายน ของทุกปีจะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมได้ เวลา 09:00-17:00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


ประวัติ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงโปรดให้ซื้อเรือนไทยอย่างโบราณเพื่อสร้าง ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2457 เป็นพระตำหนักเพราะมีพระประสงค์จะให้เสร็จโดยเร็วและไม่สิ้นเปลือง เนื่องจากทรงพระประชวรและมีพระดำริ จะมาประทับนอกเมืองเป็นครั้งคราว แต่ท่านมักจะประชวร เมื่อกลับไปประทับ ที่วังท่าพระ เนื่องจากพระองค์จะต้องทรงงาน ประจำที่วังท่าพระ ข้างพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งเข้าช่วงปลายของพระองค์ พระตำหนักนี้จึงเป็นที่ประทับโดยถาวรไป ส่วนวังท่าพระนั้น จะเสด็จไปประทับเฉพาะช่วงหน้าหนาว หรือช่วงที่มีงาน พระราชพิธีเท่านั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงเสด็จประทับ อยู่ ณ วังที่คลองเตยจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ลงในปีพ.ศ. 2490 วังนี้จึงตก แก่ทายาทตระกูลจิตรพงศ์นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ผู้ครอบครอง คือ หม่อมเจ้าดวงจิตร จิตรพงศ์ ปัจจุบันเป็นที่ประทับของ หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ บางครัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านจะทรงเสด็จพระราชดำเนิน มาบ่อยครั้งเพื่อทรงดนตรีไทยร่วมกับหม่อมเจ้าหญิงกรณิกา จิตรพงศ์ เมื่อมีเวลา เมื่อแรกสร้างมุงหลังคาจากทุกหลัง บางหลังฝาทำด้วยแผงไม้ไผ่สานมีไม้ประกับเป็นกรอบค้ำเปิดขึ้นได้ทั้งฝา ต่อมาได้เปลี่ยนใช้กระเบื้องไม้สักมุงหลังคาแทน เพราะจากนั้นต้องเปลี่ยนใหม่ทุก 2 - 3 ปี ส่วนฝาเปลี่ยนเป็นฝาไม้มีหน้าต่างกว้าง เนื่องจากไม่สะดวกในฤดูฝน ซึ่งยุคนั้นไม่มีใครเคยทำ

ลักษณะของอาคาร
เป็นเรือนไทย 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นใต้ถุนสูงยกพื้นโล่ง มีโครงสรางเสาชั้นล่างเป็นเสาปูน ส่วนตัวเรือนเป็นเรือนไม้ทั้งหมด หลังคาจั่วปีกนก มุงด้วยกระเบื้องดินเผา เป็นลักษณะของเรือนไทยประเพณีทั้งหลัง มีการวางผังต่างไปจากเรือนไทยโบราณทั่วไป คือยืนตามตะวันทุกหลัง และวางเหลื่อมเยื้องกันเพื่อรับลมและเลี่ยงการรับแดดแทนการวางเรือนล้อมรอบนอกชาน

การเดินทาง
สะดวกสุดคือรถไฟฟ้ามหานคร ลงสถานีคลองเตย
รถเมล์สาย 4, 13, 22, 45, 46, 47, 74, 106, 109, 115, 116, 149

เนื่องจากห้ามถ่ายรูปภายในอาคารดังนั้นจึงให้ลิงค์ไปชมภาพภายในแล้วกันครับ
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=251098

ขอขอบพระคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
th.wikipedia.org
www.myfirstbrain.com
www.oknation.net
www.sac.or.th

***ใน ปี พ.ศ. 2553 ตำหนักปลายเนินมีขายขนมฝรั่งกุฎีจีนด้วยล่ะ ปี พ.ศ. 2554 มาดูกันว่าจะมีไหม ขนมพื้นเมือง ขนมพื้นบ้านของกรุงเทพมหานครชนิดนี้ ^ ^


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Mon May 02, 2011 10:45 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Tue Apr 26, 2011 9:46 am

เปิดครั้งเดียวในปีนึง

อยากไปแฮะ แต่ไปไม่ได้ TvT
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by *!!~AlFeiLai~!!* on Wed Apr 27, 2011 10:45 am

โอ้ น่ากิน =w=b
avatar
*!!~AlFeiLai~!!*
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 265
คะแนน : 299
คะแนนชื่อเสียง : 21
Join date : 28/03/2010
Age : 21
ที่อยู่ : ประเทศไทย

ดูข้อมูลส่วนตัว https://www.facebook.com/hachimitsu.layla

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: เอกลักษณ์แห่งกรุงเทพมหานคร

ตั้งหัวข้อ by Tabutuba on Fri Apr 29, 2011 12:15 pm

โอ้ ขนมบดินน่ากินมาก ถึงรูปร่างจะเหมือนเค้กธรรมดา เเต่รสชาติคงไม่ธรรมดาเเน่นอน
avatar
Tabutuba
B Class
B Class

จำนวนข้อความ : 155
คะแนน : 195
คะแนนชื่อเสียง : 29
Join date : 07/01/2011
Age : 20
ที่อยู่ : kkw Band

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่วงเวียนใหญ่

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Thu Jul 28, 2011 7:20 pm


ประวัติ
พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสิน ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2496 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ออกแบบและควบคุมการหล่อโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปิน ส่วนผู้ปั้นนั้นคือนายแสวง สงฆ์มั่งมี เป็นพระบรมรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ประทับบนหลังม้า ทรงพระมาลา เบี่ยงหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่จันทบุรี พระหัตถ์ขวา ทรง พระแสงดาบชูออกไปเหนือพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายทรงบังเหียน ท่านำพลรุกไล่ข้าศึกโดยที่พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ ทางรัฐบาลได้ให้ประชาชนออกเงินบริจาคสร้าง และเปิดโอกาสให้ได้ออกเสียงเลือกแบบด้วย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เลือกแบบในปัจจุบันนี้ ทางราชการได้ประกอบพระราชพิธีเปิด และถวายบังคมพระบรมราชาอนุสาวรีย์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2497 และในวันที่ 28 ธันวาคม 2497 จึงมีรัฐพิธีเปิด เป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะ ในวันที่ 28 ธันวาคม 2310 เป็นวันที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี กอบกู้เอกราชชาติไทยกลับคืนหลังจากการเสียกรุงครั้งที่สอง ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี ทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันถวายบังคมพระบรมราชาอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จะมีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณของพระองค์ ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ วงเวียนใหญ่ ในเดือนพฤศจิกายน 2548 กรุงเทพมหานครได้ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์วงเวียนใหญ่ให้แลดูสวยงามขึ้น มีการติดตั้งไฟส่องพระบรมราชานุสาวรีย์ในเวลากลางคืน แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2551

ภาพจากดาวเทียม
การเดินทาง

ถ้าแบบรวดเร็วให้ลงรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือลงท่าเรือข้ามฟากคลองสานแล้วต่อรถเมล์
รถเมล์ที่ผ่านมีสาย 3, 7, 20, 42, 43, 84, 89, 103, 105, 111, 120, 149, 505, 510


จาก
maps.google.co.th
th.wikipedia.org
www.bloggang.com
www.news.mot.go.th


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Fri Aug 05, 2011 7:03 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : ภาพใหญ่ไป)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ภูเขาทอง วัดสระเกศ วัดสร้างสมัยอยุธยาแต่เจดีย์สร้างสมัยรัตนโกสินทร์

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sat Jul 30, 2011 9:58 pm


ประวัติ
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นั้นถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาแน่ะ เดิมชื่อ วัดสะแก ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนาน เมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. 2325 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้าง พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ทรงกำหนดให้เป็นพระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่สร้างไม่สำเร็จในรัชกาล เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงทรงให้เปลี่ยนแบบเป็นภูเขาก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5)

ภาพภูเขาทองสมัย ร.5 ในอดีตเป็นบันไดตรงมันชันและอาจเคยมีคนตกไปตายปัจจุบันไม่มีแล้ว
การเดินทาง
สะดวกสุดคือลงท่าเรืองคลองแสนแสบสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
รถเมล์สาย 8, 15, 37, 47, 49 ปอ. 37, 49

ภาพนี้ถ่ายจากดาวเทียม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
ชุมชนบ้านบาตร

จาก
th.wikipedia.org
maps.google.co.th
www.bangkokgoguide.com
www.gunsandgames.com
www.kammatan.com
www.youtube.com


แก้ไขล่าสุดโดย Volwar เมื่อ Sat Jul 30, 2011 10:22 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง (Reason for editing : เพิ่มข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง)

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

มัสยิดฮารูณ ชุมชนมุสลิมเล็กๆ ท่ามกลางตึกสูงย่านเจริญกรุงเขตบางรัก

ตั้งหัวข้อ by Volwar on Sun Jul 31, 2011 1:51 pm


ประวัติ
คืออยากให้อ่านเองตามลิงค์ http://www.thaimuslim.com/sview.php?c=1&id=2

ภาพจากดาวเทียม
การเดินทาง
แบบสะดวกลงท่าเรือโอเรียนเต็ล
รถเมล์ 1, 35, 75

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
อาจข้าฝั่งไปชุมชนวัดสุวรรณ
อาสนวิหารอัสสัมชัญ

จาก
maps.google.co.th
www.startpage.in.th
www.thaimuslim.com
www.youtube.com

_________________
ตอนนี้เราสร้างเว็บบอร์ดใหม่ล่ะนะ 2 เว็บ

http://konklungtalay.thai-forum.net/

http://50secretsbkk.thai-forum.net/

http://siamois-wenhua.thai-forum.net/

avatar
Volwar
Webmaster
Webmaster

จำนวนข้อความ : 572
คะแนน : 770
คะแนนชื่อเสียง : 14
Join date : 23/01/2010
Age : 24
ที่อยู่ : ถนนเจริญยาก ถนนไม่มีรถเมล์ กทม.

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

by nuit

ตั้งหัวข้อ by Nuit on Sat Oct 22, 2011 4:39 pm

แต่ก่อนนึกว่ากรุงเทพไม่มีขนมพื้นเมืองสงสัยคิดผิดหลังจากอ่านๆมาเนี่ยอรู้สึกว่าอยากชิมขนมกุฏีจีนกับขนมเค้กบดินแล้วล่ะนะให้เข้ามาอ่านให้รู้สึกอยากทำไมเนี่ยโหดร้าย Crying or Very sad

Nuit
F Class
F Class

จำนวนข้อความ : 10
คะแนน : 15
คะแนนชื่อเสียง : 5
Join date : 22/10/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ส้มๆๆๆ

ตั้งหัวข้อ by beer on Mon Oct 24, 2011 3:40 pm

กทม. ก็มีของดี น่าทาน ขนาดนี้เนี่ย
ว่างๆ ต้องแวะไป ซะแล้วๆๆๆๆ Surprised
avatar
beer
F Class
F Class

จำนวนข้อความ : 9
คะแนน : 13
คะแนนชื่อเสียง : 4
Join date : 22/10/2011
Age : 19
ที่อยู่ : 299 Moo 1 Pluakdaeng Rayong

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ